ลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ | KVJ | Page 12
โรงงานพลาสติก ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ | K.V.J. Union Co., Ltd.

News & Updates

Author Archive

ลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์

การลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์

แนวทางที่เรายึดถือคือการลดต้นทุนในการบรรจุภัณฑ์ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ธุรกิจของเรา การลดขนาดและน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์จะช่วยลดต้นทุนในด้านวัสดุ พลังงานและค่าขนส่ง การออกแบบโครงสร้างและวัสดุให้เหมาะสมกับสิ่งที่ต้องบรรจุจะทำให้การบรรจุภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ยินดีต้อนรับสู่ เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน ผู้ผลิตขวดพลาสติก และ บรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตขวดพลาสติก และ บรรจุภัณฑ์ ฉีด และ เป่าพลาสติก เชี่ยวชาญในการผลิตขึ้นรูปพลาสติก เชี่ยวชาญในการผลิตขึ้นรูปพลาสติก รวมถึง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง รวมถึง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ขวดพลาสติก กระปุกครีม หัวปั๊ม หัวสเปรย์ ขวดพลาสติก กระปุกครีม หัวปั๊ม หัวสเปรย์ ช้อน ถ้วยตวง ฝาแบบต่างๆ ชิ้นส่วนอะไหล่พลาสติก ฯลฯ รับผลิตงานตามแบบ ผลิตแม่พิมพ์พลาสติก รับผลิตงานตามแบบ ผลิตแม่พิมพ์พลาสติก จากประสบการณ์กว่า 30 ปี จากประสบการณ์กว่า 30 ปี

แนวทางลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์

แนวทางของเราคือการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ การใช้ซ้ำ และการรีไซเคิล ซึ่งมีเป้าหมายธุรกิจอย่างชัดเจน การลดบรรจุภัณฑ์ทำให้เราได้รับประโยชน์ด้านต้นทุนในวัสดุ พลังงานและการขนส่ง

กระปุกครีม-250กรัม

วิธีการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์: แนวทางประหยัดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

การลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจ แต่ยังช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย การเลือกใช้วัสดุและการออกแบบที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดจำหน่ายและลดความสูญเสียในกระบวนการขนส่ง โดยวิธีการหลักที่แนะนำ ได้แก่:

  1. ใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบา
    การเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยลดต้นทุนด้านวัสดุ พลังงาน และค่าขนส่ง ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนจากขวดแก้วหนักมาใช้ขวดพลาสติกที่น้ำหนักเบากว่า ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานในการขนส่ง นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์น้ำหนักเบายังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บและการจัดการสินค้า ตัวอย่างเช่น บรรจุภัณฑ์แบบขวด PE ที่น้ำหนักเบาแต่ยังคงความแข็งแรงเพียงพอ
  2. พัฒนาการออกแบบโครงสร้างและวัสดุอย่างเหมาะสม
    การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์จะช่วยลดการใช้วัสดุที่เกินความจำเป็นและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน เช่น การออกแบบขวดที่ใช้พื้นที่น้อยลงเมื่อจัดเก็บหรือขนส่ง หรือการใช้วัสดุแบบผสมที่มีความแข็งแรงทนทานแต่ใช้วัตถุดิบน้อยกว่า ตัวอย่างคือ การออกแบบกล่องที่มีช่องแบ่งภายในเพื่อป้องกันการกระแทก ลดการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์เสริม
  3. พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้มข้นมากขึ้น
    สำหรับสินค้าบางประเภท การเพิ่มความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ช่วยลดขนาดของบรรจุภัณฑ์และปริมาณที่ใช้ เช่น น้ำยาทำความสะอาดแบบเข้มข้นที่ผู้บริโภคสามารถผสมเองได้ ช่วยลดขนาดของขวดบรรจุภัณฑ์ รวมถึงลดต้นทุนในการผลิตและขนส่ง
  4. กำจัดบรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น
    การกำจัดบรรจุภัณฑ์ชั้นในหรือส่วนที่ไม่จำเป็นช่วยลดต้นทุนและลดปริมาณขยะ ตัวอย่างเช่น การลดการใช้พลาสติกห่อในผลิตภัณฑ์บางประเภท หรือการลดชั้นบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม เช่น การขายสินค้าในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ชั้นเดียวแทนการใช้กล่องภายนอกหลายชั้น
  5. ซื้อในจำนวนมากและนำไปใช้ในหลายสายผลิตภัณฑ์
    การซื้อวัสดุในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย และนำไปใช้กับหลายสายผลิตภัณฑ์ช่วยลดต้นทุนได้ดี ตัวอย่างเช่น การซื้อขวดพลาสติกในขนาดที่สามารถปรับใช้กับผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด จะช่วยให้ธุรกิจลดต้นทุนในการจัดซื้อวัสดุและเพิ่มความยืดหยุ่นในการผลิต

เราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ของคุณ https://www.kvjunion.com/contact-us

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

แนวโน้มส่งออกเครื่องสำอางผสมสมุนไพรไทย 2013

แนวโน้มส่งออกเครื่องสำอางผสมสมุนไพรไทยไปตลาดยูเออีสดใส

นนทบุรี 7 ก.ค.- กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเผยแนวโน้ม-ภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอางในดูไบ เผยผลิตภัณฑ์สปา สมุนไพรมาแรง ชี้ต้องปรับแพ็คเกจให้เป็นที่ดึงดูดใจผู้ซื้อ เครื่องสำอางผู้ชายโตร้อยละ 70

สมุนไพรไทย

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) เปิดเผยรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ เมืองดูไบ ถึงแนวโน้มและภาวะตลาดสินค้าเครื่องสำอาง ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ว่า ยูเออีมีการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางและสุขภาพจากทั่วโลกมีมูลค่ า 1,870 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 56,100 ล้านบาท โดยผ่านรัฐดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าของยูเออี มีการนำเข้าจากเยอรมนี ฝรั่งเศส อินเดีย อังกฤษ และ ไอร์แลนด์ ตามลำดับ ส่วนการนำเข้าจากไทยในปี 2555 นำเข้าเครื่องสำอางฯ จากไทยมีสัดส่ วนคิดเป็นร้อยละ 2 หรือคิดเป็นมูลค่า 37.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1,122 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตลาดมีแนวโน้มการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับสปา แต่สินค้าจากไทยจะต้องมีการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น เพราะจะต้องแข่งขันกับสินค้าจากประเทศยุโรป หรือจากเอเชียอื่น ๆ รวมถึงจะต้องปรับปรุงรูปแบบ กลิ่น สี ให้เหมาะสมกับความนิยมของตลาดอยู่ ตลอดเวลา เน้นรูปแบบบรรจุภัณฑ์สวยงาม ตั้งราคาให้เหมาะสมแข่งขันกับสินค้าระดับเดียวกันได้ เพื่อให้ผู้นำเข้าสามารถนำไปใช้จำหน่ายและใช้เป็นสินค้าส่งออกต่อไปที่อื่นได้อีก

แนวโน้มเจาะตลาดยูเออีได้มากขึ้น คือ เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพร เนื่องจากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากสินค้าของประเทศอื่น ๆ นอกจากเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้าแล้ว เครื่องสำอางสปาและสมุนไพร หรือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาตินั้น ได้รับความนิยมในประเทศนี้เช่นกัน” นางศรีรัตน์ กล่าว

นายณัฐพงศ์ บุญจริง ผอ.สคร. ดูไบ กล่าวว่า เครื่องสำอางบำรุงผิวผู้ชายคาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 140 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 ซึ่งในช่วงปี 2554-2555 มีการวิจัยพบว่าสินค้ากลุ่มนี้มีความต้องการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 จากมูลค่าการนำเข้าเครื่องสำอางชายดังกล่าว สินค้ากว่าร้อยละ 30 เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสำหรับผู้ชาย สินค้าที่นิยมและมีการขยายตัวเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ได้แก่ ครีมบำรุงผิวหลังโกนหนวด ครีมบำรุงหน้า สำหรับผิวมันและผิวผสม และครีมบำรุงผิวลดริ้วรอย ปรับให้ผิวดูกระจ่างใส ประกอบสารต่อต้านอนุมูลอิสระไปจนถึงผลิตภัณฑ์ปกป้องแสงแดด

“ปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ผู้ชายตะหนักเรื่องการดูแลผิวพรรณมากขึ้น เพราะหากปล่อยปละละเลยในการดูแลสุขภาพและผิวพรรณนั้น จะทำให้ริ้วรอยแห่งวัยจะปรากฏได้ง่ายและเร็ว พฤติกรรมการซื้อเครื่องสำอางของผู้ชายมักจะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากเคาน์เตอร์ในซูเปอร์มาร์เก็ต มากกว่าจะเข้าร้านที่จำหน่ายเฉพาะ” นายณัฐพงศ์ กล่าว

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องสำอางของยูเออี มีการขยายตัวขึ้นตามจำนวนโรงงานผลิตเครื่องสำอางมีมากขึ้น ประกอบกับผู้ซื้อในยูเออีมีกำลังการใช้จ่ายสูง สินค้าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อ และยังมีเครื่องสำอางรุกเข้าไปจำหน่ายปลีกผ่านช่องทางตลาดอิเล็กทรอนิกส์หรือ อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้สนใจสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นแนวโน้มเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในตลาดยูเออี จึงมีโอกาสการขยายตัวอีกมาก แต่ธุรกิจเครื่องสำอางในดูไบ ถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงของแบรนด์ ทั้งจากยุโรป อเมริกา อังกฤษ อิตาลี โดยเฉพาะแบรนด์เกาหลีที่เข้าไปสร้างสีสันชิงความสนใจของลูกค้า

MP59CM ขวดแชมพูแบบสั่งทำ (2)

สำหรับการค้าในดูไบมีกฎระเบียบนำเข้าที่เคร่งครัด เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องสัมผัสกับร่างกาย ผิวหนังโดยตรง ต้องปฏิบัติตามหลักสากล และเป็นระเบียบเดียวกับประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับหรือ จีซีซี (GCC : Gulf cooperation Council) ได้แก่ บาห์เรน คูเวต รัฐสุลต่านโอมาน รัฐกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เช่ น วัตถุดิบที่ใช้ต้องปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งรวมทั้งสารประกอบที่ใช้เป็นส่ วนผสมของการผลิต ตลอดจนสารเคมีหรือสารสกัดจากธรรมชาติ จึงต้องมีข้อกำหนด อาทิ สลากสินค้า ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้า รายละเอียดชื่อ ส่วนผสมต่าง ๆ วิธีการใช้งาน เป็นภาษาอารบิก วันหมดอายุ ห้ามใช้ภาพประกอบที่ล่อแหลม ไม่เหมาะสมขัดต่อวัฒนธรรมเป็นต้น.

Credit: mcot.net

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Cap and Neck Closure (สเปกรูปแบบขนาดฝาเกลียวขวด)

สเปกแบบขนาดฝาเกลียวขวด

ขนาดฝาและคอขวด (เช่น 28/410, 28/400, 28/415) เป็นมาตรฐานที่ใช้เพื่อให้ฝาและคอขวดเข้ากันได้อย่างพอดี ซึ่งมีความสำคัญสำหรับบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ เช่น โลชั่น แชมพู และของเหลวอื่น ๆ เพื่อให้ปิดได้แน่นสนิท ป้องกันการรั่วซึม

การอธิบายแต่ละส่วนของขนาดรหัส:

  1. ตัวเลขแรก (28): หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของฝาหรือคอขวดในหน่วยมิลลิเมตร ในกรณีนี้ “28″ หมายถึงเส้นผ่านศูนย์กลางของฝาหรือคอขวดขนาด 28 มม.
  2. ตัวเลขที่สอง (400, 410, 415): หมายถึงรูปแบบของเกลียวหรือความสูงของคอขวด ซึ่งมีหน่วยเป็นเศษส่วนร้อยของนิ้ว โดยค่าต่าง ๆ จะส่งผลต่อความลึกและการออกแบบของฝาเพื่อให้พอดีกับระบบปิดต่าง ๆ

การเปรียบเทียบขนาดคอขวดที่แตกต่างกัน

  • 28/400:
    • ความสูงของเกลียว: ซีรีส์ 400 มีความสูงของคอสั้นที่สุดในสามแบบ มีเกลียวเพียงหนึ่งรอบ
    • การใช้งาน: เหมาะกับฝาปิดแบบธรรมดา (เช่น ฝาเกลียว) ที่ไม่ต้องการคอขวดที่สูงมากนัก
  • 28/410:
    • ความสูงของเกลียว: สูงกว่าซีรีส์ 400 เล็กน้อย ทำให้มีการยึดเกลียวที่แน่นขึ้น เหมาะสำหรับฝาปิดแบบใช้จ่าย เช่น หัวสเปรย์หรือฝาดิสค์
    • การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบจ่ายของเหลวทั่วไป (เช่น โลชั่นหรือหัวฉีดน้ำ) ที่ต้องการคอขวดที่สูงกว่าเล็กน้อยเพื่อให้ฝาปิดได้แน่นหนาขึ้น
  • 28/415:
    • ความสูงของเกลียว: สูงที่สุดในสามแบบ มีเกลียวมากขึ้นที่ช่วยยึดฝาได้แน่นกว่า
    • การใช้งาน: เหมาะสำหรับระบบจ่ายของเหลวขนาดใหญ่ เช่น หัวสเปรย์แบบฉีด (trigger sprayers) ที่ต้องการความมั่นคงและความพอดีที่แน่นหนา ให้ความทนทานต่อการรั่วซึมมากขึ้นเนื่องจากมีการยึดเกลียวที่มากขึ้น

ความแตกต่างหลักของขนาดเหล่านี้คือความสูงของคอขวดและความลึกของเกลียว ซึ่งจะส่งผลต่อการใช้งานกับฝาและระบบปิดต่าง ๆ การเลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์และความต้องการในการยึดเกลียวให้แน่น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดฝาเกลียวขวด

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ขวดสเปรย์ดีไซน์คลาสสิก

ขวดสเปรย์ดีไซน์คลาสสิก

ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.kvjunion.com/product-category/ขวดสเปรย์คลาสสิก-sprayer-bottles

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขวดสเปรย์ดีไซน์คลาสสิก

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

พลาสติกคืออะไร… So…just what are plastics?

พลาสติกได้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของเรามาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ตั้งแต่การใช้ในผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค เช่น เข็มขัดนิรภัย หรือหน้าต่างในร้านอาหารไดรฟ์ทรู ไปจนถึงการปรากฏในวัฒนธรรมป๊อปต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลายคนยังคงสับสนเกี่ยวกับคำจำกัดความของพลาสติกที่แท้จริง พลาสติกถูกพัฒนาขึ้นมาเล็กน้อยกว่าหนึ่งศตวรรษ และเริ่มมีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อมันกลายเป็นวัสดุทดแทนที่มีคุณค่าเมื่อวัสดุดั้งเดิมขาดแคลน จากนั้นในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 พลาสติกได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก

ขวดใส่แอลกอฮอล์

พื้นฐานของพลาสติก

พลาสติกถูกสร้างขึ้นจากโครงสร้างของโมเลกุลที่เรียกว่า “โพลิเมอร์” ซึ่งเกิดจากการเชื่อมต่อของโมโนเมอร์ซ้ำๆ กันเป็นสายโซ่ยาว โดยชื่อของพลาสติกหลายชนิดมักจะเริ่มต้นด้วยคำว่า “โพลี” เช่น โพลิเอทิลีน โพลิสไตรีน และโพลิโพรพิลีน เพราะมันประกอบด้วยโพลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น โพลิเอทิลีนประกอบด้วยโมโนเมอร์ของเอทิลีนที่ต่อกันเป็นสายเหมือนลูกปัดในสร้อยคอ โพลิเมอร์เหล่านี้อาจประกอบด้วยธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจน หรืออาจมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ออกซิเจน ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ คลอรีน ฟลูออรีน ฟอสฟอรัส หรือซิลิกอน ทั้งนี้ทำให้พลาสติกมีความหลากหลายในโครงสร้างและการใช้งาน

กระบวนการผลิตพลาสติก

พลาสติกเริ่มต้นกระบวนการผลิตที่โรงกลั่นหรือโรงงานเคมี ซึ่งวัตถุดิบจะถูกเปลี่ยนเป็นโพลิเมอร์ โดยโพลิเมอร์ส่วนใหญ่จะถูกทำให้เป็นเม็ดเล็ก ๆ เพื่อความสะดวกในการขนส่งไปยังผู้ผลิตสินค้าและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พลาสติกหลากหลายประเภท เช่น บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่น ๆ อุตสาหกรรมพลาสติกเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจโลก โดยมีการสร้างรายได้มหาศาลและการจ้างงานในหลายประเทศทั่วโลก บริษัทผู้ผลิตพลาสติกจำนวนมากยังปฏิบัติตามมาตรการที่เข้มงวดในการจัดการและการผลิตอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

พลาสติกชีวภาพ: ทางเลือกใหม่ของวัสดุที่ยั่งยืน

พลาสติกชีวภาพกำลังกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในยุคที่มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรที่จำกัดอย่างก๊าซธรรมชาติและน้ำมัน พลาสติกชีวภาพผลิตจากวัตถุดิบที่มาจากพืช เช่น ข้าวโพดและอ้อย พลาสติกยุคแรก ๆ อย่างเซลโลเฟน ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของพลาสติกชีวภาพที่ถูกพัฒนาขึ้น อย่างไรก็ตาม พลาสติกจากปิโตรเลียมที่มีประสิทธิภาพมากกว่ากลับมาแทนที่ในยุคต่อมา

ถึงแม้ว่าพลาสติกชีวภาพจะให้ความหวังในการลดปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติการย่อยสลายทางชีวภาพอยู่มาก พลาสติกชีวภาพบางชนิด เช่น PET ที่ทำจากพืช มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับพลาสติกจากปิโตรเลียม ซึ่งสามารถรีไซเคิลได้ แต่ไม่สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ ขณะที่พลาสติกชนิด PLA สามารถย่อยสลายในโรงงานทำปุ๋ยหมักเชิงพาณิชย์ได้ แต่ยังมีข้อจำกัดในการรีไซเคิลในหลายพื้นที่

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลาสติกและพลาสติกชีวภาพ รวมถึงกระบวนการผลิตและความยั่งยืนของวัสดุเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญในยุคที่นวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมพลาสติกยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เราใช้งานพลาสติกอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น.

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ประเภทของบรรจุภัณฑ์

การจำแนกประเภทบรรจุภัณฑ์สามารถแบ่งออกได้หลายวิธี ดังนี้:

กระปุกครีมสีชมพู-100-กรัม-โฟม-และ-แผ่นรอง

การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวิธีการบรรจุและขนถ่าย

บรรจุภัณฑ์สามารถจัดแบ่งได้หลากหลายรูปแบบตามวิธีการบรรจุและขนถ่ายสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานในแต่ละลักษณะ ดังนี้:

  1. บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package)
    เป็นบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสโดยตรงกับผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดน้ำ กล่องใส่ครีม หรือบรรจุภัณฑ์สินค้าชิ้นเดียว โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มมูลค่าทางการค้า อำนวยความสะดวกต่อการใช้งาน และป้องกันผลิตภัณฑ์จากการปนเปื้อนและความเสียหาย ถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภคตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นผลิตภัณฑ์
  2. บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package)
    บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ใช้เพื่อรวบรวมบรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วยให้เป็นชุดเดียวกัน เช่น การบรรจุเครื่องดื่ม 12 ขวดในกล่องกระดาษ โดยมีหน้าที่หลักในการป้องกันสินค้าแต่ละหน่วยจากความชื้น แสงแดด และแรงกระแทกในระหว่างการขนส่ง เป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการจัดเก็บและขนย้ายสินค้าในปริมาณมากขึ้น
  3. บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Outer Package)
    เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สำหรับการขนส่งสินค้าในปริมาณมาก เช่น ลังไม้ หรือกล่องกระดาษลูกฟูกขนาดใหญ่ มีหน้าที่สำคัญในการปกป้องสินค้าในระหว่างการขนส่งจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกระแทกหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

  1. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Consumer Package)
    เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคซื้อเพื่อนำไปใช้งาน อาจเป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นแรกหรือชั้นที่สองที่มีการออกแบบเพื่อความสะดวกในการจับจ่าย เช่น กล่องบรรจุสินค้า เครื่องดื่ม หรือบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยให้ใช้งานง่าย
  2. บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Transportation Package)
    ใช้ในการรวบรวมบรรจุภัณฑ์ขายปลีกเข้าด้วยกันในหน่วยใหญ่ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูกที่บรรจุสินค้าเป็นชุด ช่วยให้สามารถจัดการขนส่งได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ

การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามความคงรูป

  1. บรรจุภัณฑ์รูปทรงแข็งตัว (Rigid Forms)
    ทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรง เช่น แก้ว เซรามิก ขวดพลาสติก และโลหะ บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มีความทนทานสูง สามารถป้องกันผลิตภัณฑ์จากสภาพแวดล้อมภายนอกได้อย่างดี เช่น แรงกระแทกและการรั่วซึม
  2. บรรจุภัณฑ์รูปทรงกึ่งแข็งตัว (Semirigid Forms)
    ทำจากวัสดุเช่น พลาสติกอ่อน กระดาษแข็ง หรืออลูมิเนียมบาง มีความคงทนในระดับปานกลางและมักมีราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์อาหารและสินค้าที่ต้องการความยืดหยุ่นบางส่วน
  3. บรรจุภัณฑ์รูปทรงยืดหยุ่น (Flexible Forms)
    ทำจากวัสดุที่อ่อนตัว เช่น แผ่นพลาสติกหรือฟิล์ม ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากมีน้ำหนักเบา ราคาถูก และสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ถุงฟิล์มห่ออาหาร หรือถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุของแห้ง

การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวัสดุที่ใช้

บรรจุภัณฑ์สามารถจัดประเภทได้ตามวัสดุที่ใช้ เช่น พลาสติก แก้ว โลหะ หรือกระดาษ ซึ่งแต่ละวัสดุมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยการเลือกวัสดุขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ผลิตและความต้องการตลาด เช่น การป้องกันผลิตภัณฑ์ การจัดเก็บ การขนส่ง และการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดของสินค้า

การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและการออกแบบที่ดีจะช่วยให้สินค้าของคุณตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านการปกป้องสินค้า การใช้งาน และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในตลาด.

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Checklist ของบรรจุภัณฑ์ที่ดี

รายการตรวจสอบสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ดี

ข้อควรรู้ในการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าของคุณ

เมื่อพูดถึงการออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ไม่ว่าคุณจะออกแบบด้วยตัวเองหรือจ้างนักออกแบบ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจรายละเอียดและข้อควรรู้เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ที่สร้างขึ้นนั้นตอบสนองต่อความต้องการทั้งของสินค้าและลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ นี่คือรายการตรวจสอบคุณสมบัติที่พึงประสงค์ 5 ข้อ หรือที่เรียกว่า “5 C Checklist” เพื่อให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติที่ดีครบถ้วน:

ขวดปั๊มโลชั่น-450ml

  1. Contain and Protect – การบรรจุและปกป้อง
    บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถปกป้องสินค้าจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง การจัดเก็บ และการใช้งานได้ดี เพื่อรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ควรคำนึงถึงการออกแบบที่เหมาะสมกับโลจิสติกส์ เช่น ขนาดที่พอดี น้ำหนักที่เหมาะสม และการจัดเก็บที่สะดวก
  2. Communication – การสื่อสาร
    บรรจุภัณฑ์ควรทำหน้าที่เป็นสื่อที่สื่อสารข้อมูลที่สำคัญของผลิตภัณฑ์ เช่น ข้อมูลทางกฎหมาย (ส่วนผสม สารประกอบ) และข้อมูลทางการตลาดที่ช่วยสร้างความดึงดูดใจ เช่น จุดเด่นของสินค้า การสื่อสารบนบรรจุภัณฑ์ต้องชัดเจน น่าสนใจ และดึงดูดสายตาผู้บริโภค
  3. Convenience – ความสะดวกสบาย
    ความสะดวกสบายในการใช้งานบรรจุภัณฑ์มีผลต่อประสบการณ์ของผู้บริโภค บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย เช่น ขวดที่ถือสะดวก เทง่าย หรือกล่องที่พกพาสะดวก จะช่วยสร้างความพึงพอใจและกระตุ้นการซื้อซ้ำ
  4. Consumer Appeal – แรงดึงดูดใจของผู้บริโภค
    บรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดใจผู้บริโภคสามารถทำหน้าที่เป็น “นักขายเงียบ” ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย การออกแบบโครงสร้าง สี และข้อความบนบรรจุภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์จะช่วยสร้างความจดจำและกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคให้เลือกซื้อสินค้า
  5. Conserve Environment – การรักษาสิ่งแวดล้อม
    ในปัจจุบัน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจมากขึ้น การเลือกใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ หรือใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มคุณค่าและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจในเรื่องความยั่งยืน

ตรวจสอบให้ครบถ้วนด้วย “5 C Checklist” นี้ จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการทั้งในด้านการใช้งาน การสร้างภาพลักษณ์ และความยั่งยืนในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ขวดปั๊มพลาสติกราคาขายส่ง ราคาโรงงาน

ขวดปั๊ม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขวดปั๊มพลาสติกราคาขายส่ง ราคาโรงงาน

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

10 กลยุทธ์สำหรับการบรรจุภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ

โลโก้นูนบนชิ้นงานบรรจุภัณฑ์

10 กลยุทธ์เพื่อความสำเร็จในการออกแบบบรรจุภัณฑ์

  1. ทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณโดดเด่น (Make your product stand out)
    บรรจุภัณฑ์ที่ดีควรดึงดูดความสนใจทันทีที่ผู้บริโภคเห็นบนชั้นวาง การเลือกใช้สี การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และกราฟิกที่สะดุดตาจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง
  2. แตกต่างจากเดิม (Break with convention)
    การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ซ้ำใครทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่จดจำ ไม่ต้องกลัวที่จะฉีกแนวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ เช่น รูปทรงแปลกใหม่ หรือการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  3. บรรจุภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน (Products with purpose)
    บรรจุภัณฑ์ที่ดีควรสะท้อนคุณค่าและเป้าหมายของสินค้า เช่น การใช้วัสดุที่ยั่งยืน หรือบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า
  4. เพิ่มบุคลิกภาพให้กับบรรจุภัณฑ์ (Add personality)
    บรรจุภัณฑ์สามารถสะท้อนตัวตนและบุคลิกของแบรนด์ได้ การใช้ข้อความสนุกสนานหรือกราฟิกที่โดดเด่นจะช่วยเพิ่มความน่าจดจำและสร้างการเชื่อมโยงระหว่างลูกค้ากับแบรนด์
  5. สร้างความรู้สึกที่ดีให้ผู้บริโภค (Feel-good factor)
    บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวก เช่น เปิดง่ายหรือพกพาสะดวก จะทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ดีและมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำ
  6. ดีไซน์เรียบง่ายและเข้าใจง่าย (Keep it simple)
    บรรจุภัณฑ์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายและชัดเจนช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจข้อมูลสำคัญ เช่น ประโยชน์หรือวิธีใช้ของผลิตภัณฑ์ และช่วยให้การตัดสินใจซื้อรวดเร็วขึ้น
  7. การใช้ตราสินค้าแบบลำดับชั้น (Tiered branding)
    การแบ่งลำดับชั้นของตราสินค้าช่วยให้ผู้บริโภคแยกหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์ได้ง่าย เช่น ใช้สีหรือการออกแบบที่แตกต่างกันสำหรับสินค้าระดับพรีเมียมและมาตรฐาน เพื่อสร้างความชัดเจนและดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
  8. คำนึงถึงต้นทุนในการขนส่ง (The cost of transport)
    การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เบาและทนทานช่วยลดต้นทุนการขนส่ง บรรจุภัณฑ์ที่จัดเรียงได้ง่ายและใช้พื้นที่น้อยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้า
  9. ความสะดวกในการจัดเรียง (Speed to shelf)
    การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่จัดเรียงง่ายบนชั้นวางสินค้าช่วยเพิ่มความเร็วในการวางขาย ทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  10. ปกป้องผลิตภัณฑ์และป้องกันการปลอมแปลง (Protect yourself)
    บรรจุภัณฑ์ที่ดีต้องปกป้องผลิตภัณฑ์จากความเสียหายและการปลอมแปลง การใช้ซีลป้องกันหรือระบบป้องกันการเปิดช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ขวดโลชั่นชุดเดินทาง

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

การทดสอบบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร

กระปุกโปรตีน-และ-อาหารเสริม

บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร มีบทบาทสำคัญในการปกป้องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รักษาความสด และป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม การทดสอบบรรจุภัณฑ์พลาสติกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค

การทดสอบที่สำคัญของบรรจุภัณฑ์พลาสติกในอุตสาหกรรมอาหาร

  1. การทดสอบการซึมผ่านของสารเคมี:
    • บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารต้องผ่านการทดสอบเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายซึมผ่านจากพลาสติกเข้าสู่อาหาร
    • ใช้การทดสอบจำลอง (Migration Testing) เพื่อประเมินการปล่อยของสารที่อาจเป็นอันตราย เช่น สารปนเปื้อนจากสีหรือสารเติมแต่งที่ใช้ในการผลิตพลาสติก
  2. การทดสอบความแข็งแรงและความทนทาน:
    • บรรจุภัณฑ์พลาสติกต้องผ่านการทดสอบความแข็งแรงเพื่อให้มั่นใจว่าไม่แตกหรือเสียหายง่ายเมื่อถูกบีบอัด หรือเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
    • การทดสอบความทนต่อแรงกระแทกช่วยป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่งและการเก็บรักษา
  3. การทดสอบการป้องกันการซึมผ่านของความชื้นและอากาศ:
    • บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถป้องกันการซึมผ่านของความชื้น อากาศ และก๊าซต่าง ๆ ได้ เพื่อรักษาความสดใหม่ของอาหารและป้องกันการเกิดเชื้อรา หรือแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
    • ใช้การทดสอบค่าการซึมผ่านของไอน้ำ (Water Vapor Transmission Rate) และการซึมผ่านของออกซิเจน (Oxygen Transmission Rate)
  4. การทดสอบความทนทานต่ออุณหภูมิ:
    • บรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับอาหารต้องทนต่ออุณหภูมิสูงหรือต่ำได้ เช่น การอุ่นอาหารในไมโครเวฟ หรือการเก็บในช่องแช่แข็งโดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพหรือเคมีที่อาจเป็นอันตราย
  5. การทดสอบสารปนเปื้อน (Heavy Metal Testing):
    • ตรวจสอบการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว หรือแคดเมียม ที่อาจมาจากกระบวนการผลิต เพื่อให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์ปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยอาหาร
  6. การทดสอบความปลอดภัยทางจุลชีววิทยา:
    • การตรวจสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในบรรจุภัณฑ์ เช่น แบคทีเรียหรือรา เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของอาหารและส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ใช้วัสดุพลาสติกทำบรรจุภัณฑ์

วัสดุพลาสติกสำหรับทำบรรจุภัณฑ์: บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

บรรจุภัณฑ์พลาสติก ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรม เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในด้านการออกแบบ น้ำหนักเบา ทนทาน และสามารถป้องกันการรั่วซึมของผลิตภัณฑ์ได้ดี นอกจากนี้ยังมีวัสดุพลาสติกหลากหลายประเภทที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะที่ตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้:

วัสดุพลาสติกที่นิยมใช้ในบรรจุภัณฑ์

  1. PET (Polyethylene Terephthalate):
    • คุณสมบัติ: โปร่งใส น้ำหนักเบา และทนทานต่อแรงกระแทก
    • การใช้งาน: เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม อาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความโปร่งใสเพื่อแสดงเนื้อในของผลิตภัณฑ์
  2. HDPE (High-Density Polyethylene):
    • คุณสมบัติ: ทึบแสง ทนต่อสารเคมี และมีความแข็งแรง
    • การใช้งาน: เหมาะสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรง เช่น ขวดนม ขวดน้ำมัน บรรจุภัณฑ์สารเคมีกระปุกทรงกระบอกขนาด-100กรัม
  3. PP (Polypropylene):
    • คุณสมบัติ: ทนความร้อนสูง ยืดหยุ่น และมีความโปร่งใสในระดับหนึ่ง
    • การใช้งาน: นิยมใช้ทำบรรจุภัณฑ์อาหารที่ต้องการทนความร้อน เช่น กล่องบรรจุอาหาร หรือถ้วยใส่อาหารในไมโครเวฟ
      ขวดซอสฝาแหลม-PP-ทนความร้อน
  4. PVC (Polyvinyl Chloride):
    • คุณสมบัติ: โปร่งใส ยืดหยุ่นได้ดี และสามารถขึ้นรูปได้หลากหลาย
    • การใช้งาน: ใช้ในการผลิตฟิล์มห่ออาหารหรือขวดบรรจุของเหลวบางประเภท

      ขวดยาจีน

  5. LDPE (Low-Density Polyethylene):
    • คุณสมบัติ: นุ่ม ยืดหยุ่นสูง และทนต่อความชื้น
    • การใช้งาน: นิยมใช้ทำถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์ฟิล์มบาง และขวดบีบต่างๆ
      หลอดเจล 30cc
  6. PS (Polystyrene):
    • คุณสมบัติ: โปร่งแสง สามารถขึ้นรูปได้ง่าย
    • การใช้งาน: ใช้ทำถ้วยพลาสติก กล่องอาหาร และบรรจุภัณฑ์โฟม
      ฝาพลาสติก-สีบรอนซ์เงิน

ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติก:

  • น้ำหนักเบา: ทำให้สะดวกในการขนส่ง ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
  • ทนทานและแข็งแรง: สามารถป้องกันการกระแทกและการเสียหายของผลิตภัณฑ์ได้ดี
  • ความหลากหลายในการออกแบบ: สามารถปรับแต่งรูปทรงและขนาดได้ตามความต้องการของลูกค้า
  • ราคาย่อมเยา: เมื่อเทียบกับวัสดุอื่นๆ บรรจุภัณฑ์พลาสติกมักมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
  • ป้องกันการรั่วซึมและความชื้น: ทำให้สามารถรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายในได้ดี

ข้อควรพิจารณาในการเลือกบรรจุภัณฑ์พลาสติก:

  • การเลือกวัสดุพลาสติกที่เหมาะสมกับชนิดของผลิตภัณฑ์
  • ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาการใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้หรือใช้พลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้

การใช้ บรรจุภัณฑ์พลาสติก ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ในด้านการใช้งานที่หลากหลาย แต่ยังสามารถปรับแต่งให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์และความต้องการเฉพาะของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ปั๊มสูบฉีด, Siphon Pumps and Drum Pump สำหรับสูบของเหลว

ปั๊มสูบฉีด (Siphon Pumps) และ Drum Pump เป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพสูง สำหรับการถ่ายโอนของเหลวหลากหลายประเภทอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ปั๊มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น การสูบถ่ายน้ำ แอลกอฮอล์ น้ำมัน หรือสารเคมีต่าง ๆ โดยใช้วัสดุพลาสติกที่ทนต่อการกัดกร่อนและไม่มีพิษ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหลายประเภท

Siphon-Pump

ปั๊มสูบฉีด Siphon Pumps และ Drum Pump ในประเทศไทย

ประเภทของของเหลวที่สามารถใช้กับปั๊มสูบฉีด Siphon Pumps และ Drum Pump

  • น้ำ: เหมาะสำหรับการสูบถ่ายน้ำในงานอุตสาหกรรมหรือการเกษตร
  • แอลกอฮอล์: ปั๊มสามารถใช้กับแอลกอฮอล์และของเหลวไวไฟได้อย่างปลอดภัย
  • น้ำมันและน้ำมันก๊าด: สามารถใช้สำหรับการถ่ายโอนน้ำมันและเชื้อเพลิงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ยาฆ่าแมลงและสารเคมี: ปั๊มออกแบบมาเพื่อรองรับการถ่ายโอนสารเคมีและยาฆ่าแมลง โดยไม่ทำให้เกิดการปนเปื้อนหรือกัดกร่อน
  • วัสดุพลาสติกที่ไม่กัดกร่อนและไม่มีพิษ: เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงงานผลิตอาหารและยา

ประสิทธิภาพการสูบฉีด ปั๊มสามารถสูบของเหลวได้ประมาณ 7-17 ลิตรต่อนาที ขึ้นอยู่กับรุ่นและประเภทของปั๊ม ซึ่งช่วยให้การทำงานมีความสะดวกและรวดเร็ว

ข้อมูลขนาดปั๊ม Siphon Pumps และ Drum Pump

  • อัตราการสูบของปั๊ม: 7-17 ลิตรต่อนาที (ขึ้นอยู่กับรุ่น)

https://www.kvjunion.com/product-category/ปั๊มสูบฉีด-siphon-pumps

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปั๊มสูบฉีด Siphon Pumps and Drum Pump in Thailand

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

หัวปั๊มสำหรับขวดเซรามิค

หัวปั๊มคุณภาพสูงสำหรับขวดเซรามิค: หลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เรามี หัวปั๊มสำหรับขวดเซรามิค หลากหลายรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อเสริมความสวยงามและเพิ่มความทนทานให้กับผลิตภัณฑ์ของคุณ หัวปั๊มที่เราจำหน่ายมีให้เลือกในหลากหลายวัสดุและดีไซน์ เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้า เหมาะสำหรับขวดเซรามิคขนาดคอ 24 มม. และ 28 มม.

  • หัวปั๊มชุบเงินและทอง: มีให้เลือกทั้งแบบผิวด้านและแบบเงา เพิ่มความหรูหราและมีสไตล์ให้กับขวดเซรามิคของคุณ สร้างความโดดเด่นและเสริมภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
  • หัวปั๊มคออลูมิเนียม: แข็งแรง ทนทาน และเพิ่มความทันสมัยให้กับขวดเซรามิค ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ยังคงความโมเดิร์น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเรียบหรูและดูทันสมัย
  • หัวปั๊มสแตนเลส: ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อม ให้การใช้งานที่ยาวนาน พร้อมเสริมความสวยงามอย่างมีเอกลักษณ์ให้กับขวดเซรามิค
  • หัวปั๊มอัลลอย: ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูงที่มีความทนทานต่อการสึกหรอ เหมาะสำหรับขวดเซรามิคที่ต้องการความคงทน และเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับบรรจุภัณฑ์

หัวปั๊มทุกรุ่นของเราถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานร่วมกับขวดเซรามิค ทั้งด้านความสวยงาม ความคงทน และการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

Product Samples (34)

หัวปั๊มสำหรับขวดเซรามิค หลากหลายดีไซน์

ปั๊มสแตนเลส สบู่ โลชั่น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวปั๊มสำหรับขวดเซรามิค

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

 

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ ปี 2556

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ ปี 2556 Packaging Trend 2013

Showroom2

เมื่อกล่าวถึงแนวโน้มบรรจุภัณฑ์ในปี 2556, Scott Steele ประธานบริษัท Plastics Technology ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสินค้าอย่างคุ้มค่า แม้ว่าปัจจัยด้านภาพลักษณ์ของแบรนด์ รูปทรง และฟังก์ชั่นการใช้งานจะมีส่วนช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ แต่ต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อุตสาหกรรมให้ความสำคัญ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:

1. การรีไซเคิล

ถึงแม้แนวคิดเรื่อง การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ สมาคม American Chemistry Council และสมาคมผู้ประกอบการรีไซเคิลพลาสติก (APR) ได้เผยแพร่ข้อมูลในปี 2555 ว่ามีการรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์พลาสติกเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ภาคอุตสาหกรรมเชื่อว่าสามารถผลักดันให้การรีไซเคิลเพิ่มขึ้นได้หากให้ความรู้แก่ผู้บริโภคและเน้นย้ำความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รายงานจาก The Freedonia Group คาดการณ์ว่าสหรัฐอเมริกาจะต้องเพิ่มปริมาณการรีไซเคิลพลาสติก 6.5% ต่อปี เพื่อบรรลุเป้าหมายในการรีไซเคิลพลาสติก 3,500 ล้านปอนด์ภายในปี 2559 การบรรลุเป้าหมายนี้จะต้องใช้ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ การพัฒนากระบวนการรีไซเคิล และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการเปลี่ยนพลาสติกใช้แล้วให้เป็นเม็ดเรซินคุณภาพสูง

2. การใช้พลาสติกชีวภาพที่เพิ่มขึ้น

แม้ว่าพลาสติกชีวภาพจะครองส่วนแบ่งเพียง 1% ของตลาดพลาสติกทั้งหมด แต่นักวิเคราะห์จาก NanoMarkets คาดการณ์ว่าตลาดนี้จะเติบโตถึง 7% ภายในปี 2563 อย่างไรก็ตาม เพื่อให้พลาสติกชีวภาพสามารถแข่งขันได้ในตลาด จำเป็นต้องลดต้นทุนการผลิต ปัจจุบัน พลาสติกชีวภาพมีราคาสูงกว่าพลาสติกปิโตรเลียม 2-3 เท่า การลดต้นทุนจะเกิดขึ้นได้หากมีการผลิตในปริมาณที่มากขึ้น และการใช้วัตถุดิบที่ถูกลง เช่น แป้งมันสำปะหลังในการผลิต PLA (Polylactic Acid) นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มในการนำ PET ชีวภาพ (Bio-PET) มาใช้แทนพลาสติกที่มาจากฟอสซิล และการใช้โฟม PLA ในบรรจุภัณฑ์อาหารจะเพิ่มขึ้นด้วย

3. การขยายตลาดเป็นกุญแจสำคัญ

บริษัท PCI Films Consulting ได้ระบุ 13 ตลาดที่น่าสนใจสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Flexible Packaging) ได้แก่ โปแลนด์ รัสเซีย ตุรกี เม็กซิโก บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ ตลาดเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันกว่า 14,000 ล้านดอลลาร์ และเติบโตเกือบ 70% ตั้งแต่ปี 2549 คิดเป็น 20% ของความต้องการในตลาดโลก การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของซุปเปอร์มาร์เก็ต

4. การเติบโตของบรรจุภัณฑ์แบบ Pouches

บรรจุภัณฑ์ Pouches หรือถุงทนความร้อน กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น จากรายงานของบริษัท Mintel International ในปี 2553 มีผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 1,210 รายการที่ใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Pouches ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 885 รายการในปี 2550 นอกจากนี้ความต้องการบรรจุภัณฑ์ Pouches ในสหรัฐอเมริกายังคงเพิ่มขึ้น 5.1% ต่อปี และคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 8,800 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2559 โดยบรรจุภัณฑ์แบบ Stand-up Pouch (ชนิดตั้งได้) คาดว่าจะเติบโต 7.2% ต่อปี โดยมีอุตสาหกรรมอาหารเป็นตลาดหลัก เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แบบ Pouches มีข้อได้เปรียบในเรื่องน้ำหนักเบา ประหยัดค่าขนส่ง และลดปริมาณการใช้วัสดุเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์แบบแข็ง

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ในปี 2556 ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาและปรับตัวในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการรีไซเคิล การใช้พลาสติกชีวภาพ และการขยายตลาดใหม่ ๆ บรรจุภัณฑ์แบบ Pouches ยังคงเป็นที่ต้องการสูงเนื่องจากข้อดีด้านความสะดวกและต้นทุนที่ต่ำ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการปรับลดต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต่อไปในอนาคต

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

พลาสติกจากข้าวโพด

พลาสติก: วัสดุสารพัดประโยชน์กับความท้าทายทางสิ่งแวดล้อม

พลาสติกเป็นวัสดุที่คุ้นเคยและพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน พลาสติกถูกใช้ในหลากหลายกิจกรรมเนื่องจากคุณสมบัติที่ทนทานและความหลากหลายของการใช้งาน พลาสติกประกอบขึ้นจากสารโพลิเมอร์ (polymer) ซึ่งเกิดจากการเรียงต่อกันของมอนอเมอร์ (monomer) เช่น สไตรีน (styrene) ที่นำไปผลิตเป็นพอลิสไตรีน (polystyrene) ใช้ทำโฟมหรือแก้วกาแฟ, เอทิลีนและโพรพิลีน (ethylene, propylene) สำหรับถุงพลาสติก, ไวนิลคลอไรด์ (vinyl chloride) สำหรับท่อประปา และเอทิลีนเทเรฟทาเลต (ethylene terephthalate) สำหรับขวด PET แม้พลาสติกจะมีประโยชน์หลากหลาย แต่ก็สร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เนื่องจากพลาสติกส่วนใหญ่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ หรือใช้เวลานานในการย่อยสลาย

บรรจุภัณฑ์สลายตัว

วัสดุพลาสติกจากแหล่งธรรมชาติ: โอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

เนื่องจากพลาสติกดั้งเดิมทำมาจากปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาวัสดุทดแทนพลาสติกจากแหล่งธรรมชาติ จึงกลายเป็นแนวทางสำคัญในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม หนึ่งในวัสดุทางเลือกที่มีศักยภาพคือ พอลิแล็คติก แอสิด (Polylactic Acid – PLA) ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบเกษตร เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และอ้อย PLA เป็นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางธรรมชาติและมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับพลาสติกทั่วไป ทำให้ PLA เป็นที่นิยมในการใช้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พอลิแล็คติก แอสิด (PLA): พลาสติกจากข้าวโพดเพื่อสิ่งแวดล้อม

พอลิแล็คติก แอสิด หรือ PLA เป็นพลาสติกชีวภาพที่ได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 โดยนักวิจัย W.H. Carothers จากบริษัท Dupont PLA ผลิตขึ้นจากแป้งและน้ำตาลในข้าวโพด ผ่านกระบวนการหมักและการสังเคราะห์เพื่อให้ได้พอลิเมอร์ที่มีคุณสมบัติทนทาน และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ปัจจุบันมีบริษัทชั้นนำทั่วโลกที่ผลิต PLA ในเชิงพาณิชย์ เช่น Cargill Dow ในสหรัฐอเมริกา และ Mitsui Chemical ในญี่ปุ่น PLA ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและสามารถลดการพึ่งพาพลาสติกจากปิโตรเลียม

แม้ว่าพลาสติก PLA และพลาสติกชีวภาพอื่น ๆ จะยังคงมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ต้นทุนการผลิตและความคงทนเทียบเท่าพลาสติกดั้งเดิม แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว การพัฒนาและการใช้วัสดุเหล่านี้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ถือเป็นโอกาสที่น่าจับตามองในอนาคต

Credit: vcharkarn.com/varticle/277

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี ขวดบรรจุภัณฑ์

ขวดบรรจุภัณฑ์คุณภาพสูงสำหรับปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี ฯลฯ ผลิตจาก HDPE พร้อมฝาวัดปริมาณ

ขวดบรรจุภัณฑ์ของเราผลิตจาก HDPE (High-Density Polyethylene) ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพสูงที่มีความทนทานต่อสารเคมีและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุ ปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี น้ำยาทำความสะอาด และของเหลวที่มีความเข้มข้น ช่วยรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ยาวนานและปลอดภัย

ขวดเคมีเกษตรถ้วยตวง

คุณสมบัติเด่น ปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี ขวดบรรจุภัณฑ์:

  • วัสดุ HDPE ทนทานต่อสารเคมี: ป้องกันการรั่วซึมและการกัดกร่อน เหมาะสำหรับการบรรจุของเหลวและสารเคมีที่มีความเข้มข้น
  • มาพร้อมฝาวัดปริมาณ: ขวดบรรจุภัณฑ์มาพร้อมกับฝาวัดปริมาณ (Measuring Cup) ที่ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้น สามารถตวงปริมาณผลิตภัณฑ์ได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดการใช้งานที่สิ้นเปลืองและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้
  • ฝาปิดแน่นหนา: ป้องกันการรั่วซึมและรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายใน
  • ดีไซน์จับถนัดมือ: ออกแบบให้ใช้งานง่ายและสะดวกต่อการเทหรือบรรจุ

เหมาะสำหรับการใช้งานใน อุตสาหกรรมการเกษตร สารเคมี และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ขวด HDPE พร้อมฝาวัดปริมาณนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความปลอดภัยและมาตรฐานสูง

ขวดบรรจุเคมี-ถ้วยตวง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปุ๋ยอินทรีย์ สารเคมี ขวดบรรจุภัณฑ์

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

 

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

สูตรและวิธีการทำแชมพูสระผมสมุนไพร

แชมพูสระผมสมุนไพร

หากคุณกำลังมีปัญหาเส้นผมบาง รากผมไม่แข็งแรง ผมหลุดร่วงง่าย เป็นรังแค คันศีรษะอยู่บ้างหรือเปล่า? แล้วคุณใช้แชมพูอะไรสระผม? คุณรู้ไหมว่าแชมพูสระผมที่คุณใช้อยู่นั้นเขาใช้อะไรเป็นส่วนผสมบ้าง แล้วที่เขาโฆษณาว่าเป็น”แชมพูสมุนไพร” หรือ “มีส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ” นั้น เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน? แล้วมันเหมาะสมกับคุณหรือเปล่า? ถ้าคุณตอบคำถามนี้ไม่ได้หรือไม่แน่ใจ อยากให้คุณอ่านบทความนี้และลองหาโอกาสมาเรียนรู้วิธีการทำแชมพูสมุนไพร สูตรที่เหมาะสมกับตัวเราเองกันดีกว่า เผื่อคุณจะได้คำตอบที่ดีกว่าเดิม

ขวดสบู่แชมพูสีเขียว 200ml

ก่อนอื่นควรทราบถึงคุณสมบัติของสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการดูแลหรือบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ และเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพของเส้นผมและหนังศีรษะของตัวเราเอง ได้แก่

  • ผลมะกรูด น้ำจากผลมะกรูดจะมีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี (แต่ไม่ควรใช้น้ำมะกรูดชะโลมบนเส้นผมโดยตรงเป็นประจำ เพราะจะทำให้ผมจะเปราะ ขาดง่าย เพราะน้ำมะกรูดเป็นกรดค่อนข้างมาก มีค่า pH ประมาณ 3.5)
  • ผิวมะกรูด น้ำมันจากเปลือกผลมะกรูดมีกลิ่นหอม  และช่วยบำรุงให้เส้นผมเป็นเงางาม
  • ผลมะเฟือง น้ำจากผลมะเฟืองมีฤทธิ์เป็นกรด (ค่อนข้างมาก pH 2.5-3) ช่วยสลายไขมันและชะล้างสิ่งสกปรกที่เกาะบนเส้นผมและหนังศีรษะได้ดี  เมื่อนำมาผสมน้ำให้เจือจางลงใช้สระผมจะช่วยบรรเทาอาการคันศีรษะได้ดี (แต่ก็ไม่ควรใช้น้ำมะเฟืองชะโลมบนเส้นผมโดยตรงเป็นประจำเช่นกัน)
  • ผลมะคำดีควาย น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย จะมีคุณสมบัติช่วยลดรังแค รักษาอาการชันนะตุและหนังศีรษะที่เป็นเชื้อรา แต่การใช้ต้องระวังไม่ให้เข้าตา เพราะจะแสบมาก
  • ดอกอัญชัน  น้ำที่สกัดจากดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เมื่อนำมาใช้หมักผม ก่อนสระ 15 นาที หรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยทำให้รากผมแข็งแรงขึ้น เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย
  • ต้นตะไคร้ น้ำที่สกัดจากต้นตะไคร้เมื่อนำมาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยบรรเทาอาการเส้นผมแตกปลาย ลดรังแคและบรรเทาอาการคันศีรษะ
  • ใบว่านหางจระเข้  เมื่อนำวุ้นใสๆ ที่ได้จากใบว่านหางจระเข้ มาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยให้ผมนุ่มสลวย หวีง่ายและช่วยรักษาแผลบนหนังศรีษะ
  • ต้นฟ้าทลายโจร น้ำที่สกัดจากต้นฟ้าทลายโจร (ใบ ต้น ฝัก) จะมีสารยับยังการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิด เมื่อนำมาใช้หมักผมก่อนสระหรือใช้ผสมกับแชมพูสระผม เมื่อใช้เป็นประจำจะช่วยลดอาการเส้นผมหลุดร่วงง่าย

นอกจากนี้แล้วในประเทศไทยยังมีสมุนไพรที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยมอีกหลายชนิดที่รอให้คุณได้ศึกษา เรียนรู้และเลือกใช้ให้เหมาะสม  เอาล่ะเกริ่นนำมามากแล้ว มาลงมือทำแชมพูสมุนไพรสูตรตามใจคุณกันดีกว่า

ขวดโลชั่นทาผิว

ส่วนผสมแชมพูสระผม สมุนไพร
  • แชมพูออย (EMAL 28CT)     500  กรัม
  • ผงฟอง (ช่วยให้ฟองมาก)     50 กรัม
  • ผงข้น (ช่วยให้น้ำยาสระผมข้นขึ้น)     125– 150  กรัม
  • ลาโนลิน (ช่วยให้เส้นผมลื่น)     50  กรัม
  • น้ำใบหมี่สด (น้ำสมุนไพรตามต้องการ)     1.5 กก. (หรือลิตร)
  • น้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว     500  กรัม
  • เกลือ     500 กรัม
  • น้ำหอมกลิ่นตามชอบ      ปริมาณเล็กน้อย
วิธีทำแชมพูสระผม สมุนไพร
  1. แบ่งน้ำใบหมี่สดปริมาณเล็กน้อยใส่ภาชนะ ตั้งไฟพอน้ำร้อน  นำลาโนลินละลายในน้ำร้อน นำเกลือลงไปผสมและน้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วจึงพักเอาไว้
  2. นำน้ำใบหมี่สดที่เหลือ ใส่ในภาชนะใบใหญ่ (ควรใช้ภาชนะพลาสติกหรือสแตนเลส)
  3. ค่อยๆ ใส่ผงฟองลงในน้ำทีละน้อย พร้อมกับคนให้ผงฟองละลายจนหมด ใส่แชมพูออย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  4. ค่อยๆ ใส่ผงข้นทีละน้อยคนให้ละลายเข้ากัน (ไม่ต้องถึง 150 กรัมก็ได้ ดูว่าน้ำยาข้นก็ใช้ได้ อย่าใช้เกิน น้ำยาจะเหลว) แล้วจึงใส่ลาโนลีนที่ละลายเตรียมไว้ในข้อ 1 คนให้ส่วนผสมเข้ากัน
  5. ใส่กลิ่นตามที่ต้องการ แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ฟองยุบตัวจึงกรอกใส่ในภาชนะ พร้อมใช้หรือจำหน่าย
วิธีทำน้ำจุลินทรีย์ผลไม้เปรี้ยว

ใช้น้ำหมักผลไม้เปรี้ยวตามต้องการ เช่น มะกรูด มะนาว หรือมะเฟือง น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม ผสมคลุกกับน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม หมักทิ้งไว้ 3 เดือน แล้วจึงนำมากรองเอาเฉพาะน้ำจุลินทรีย์มาใช้

ข้อควรทราบ

1. สมุนไพรที่นำมาใส่ในแชมพูสระผม มีหลายชนิด ควรศึกษาถึงคุณสมบัติของสมุนไพรแต่ละชนิดและเลือกใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง  ตัวอย่างเช่น

  • น้ำที่สกัดจากดอกอัญชัน จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทำให้รากผมแข็งแรง เมื่อใช้ได้สักระยะหนึ่งจะสังเกตเห็นว่ามีผมร่วงน้อยลงและมีผมใหม่ขึ้นมากกว่าเดิม  เตรียมน้ำดอกอัญชันโดยนำหม้อใส่น้ำปริมาณไม่ต้องมากนัก ต้มน้ำให้เดือด แล้วนำกลีบดอกอัญชันใส่ลงในน้ำเดือด (ควรเลือกใช้ชนิดดอกสีน้ำเงิน) ใช้ทัพพีคนคลุกเคล้าไปมาจนเห็นดอกอัญชันสีซีดลงและน้ำต้มดอกอัญชันเป็นสีน้ำเงินเข้ม จึงกรองเฉพาะน้ำมาใช้ เมื่อผสมแล้วจะได้แชมพูสีม่วงสดใส แต่สีม่วง ในผลิตภัณฑ์นี้จะค่อยๆ สลายตัวไปทีละน้อยเนื่องจากเป็นสารธรรมชาติ สลายตัวได้ง่าย แต่สามารถยืดอายุด้วยการเก็บในตู้เย็น
  • น้ำที่สกัดจากผลมะคำดีควาย มีคุณสมบัติลดรังแค รักษาอาการชันนะตุและเชื้อราบนหนังศีรษะ เตรียมโดยใช้ผลมะคำดีควายแห้ง (หาซื้อได้ตามร้ายขายสมุนไพรหรือยาไทยแผนโบราณ) แช่น้ำให้นุ่ม  ต้มให้เดือดและกรองเอาเฉพาะน้ำมาใช้
  • ว่านหางจระเข้ วุ้นใสๆ ที่ใบมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผมให้นุ่มชุ่มชื้น เตรียมได้โดยปอกเปลือกใบว่านหางจระเข้ออกให้หมด แล้วล้างยางสีเหลืองให้หมด (ถ้าล้างยางไม่หมด ยางจะกัดผิวหนัง) นำวุ้นมาใส่โถปั่นให้ละเอียด

2. น้ำหมักชีวภาพที่นำมาทำแชมพูสระผม มีหลายชนิด เช่น มะกรูด มะนาว มะเฟือง ส้มป่อย  เป็นต้น
3. หากต้องการให้แชมพูเก็บได้นาน ๆ ให้ใส่สารกันบูด 12 กรัม เพิ่มลงไปในส่วนผสมดังกล่าว

Credit: YesSpaThailand.com

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

นิปเปิ้ลให้น้ำสำหรับไก่กิน Nipple Drinker

การจัดการนิปเปิ้ลให้น้ำสำหรับไก่ในฟาร์ม

ในฟาร์มไก่ การจัดการน้ำดื่มถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของไก่ การใช้นิปเปิ้ลไก่ (Nipple Drinker) เป็นระบบให้น้ำที่ได้รับความนิยมเนื่องจากประสิทธิภาพสูงและความสะอาด แต่การบริหารจัดการระบบน้ำนั้นมีความซับซ้อนและต้องใส่ใจรายละเอียดหลายประการเพื่อให้ไก่ได้รับน้ำคุณภาพดีและเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต

ปัจจัยสำคัญในการจัดการน้ำในฟาร์มไก่

  1. การป้องกันการปนเปื้อน
    การจัดการระบบน้ำต้องระวังไม่ให้เกิดการปนเปื้อนจากสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน ฝุ่น หรือน้ำฝน โดยการเลือกใช้ปั๊มน้ำ แท็งน้ำ และท่อส่งน้ำที่มีขนาดใหญ่เพียงพอ เพื่อรักษาแรงดันน้ำในระบบให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
  2. การกรองน้ำ
    ควรใช้ระบบกรองน้ำที่มีขนาดกรองที่ 60 ไมครอนขึ้นไป เพื่อป้องกันตะกอนต่างๆ ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำ การกรองน้ำช่วยลดปัญหาการอุดตันในระบบท่อและช่วยลดการเกิดไบโอฟิล์ม (Biofilm) ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคในท่อระบบน้ำ
  3. มิเตอร์วัดปริมาณน้ำ
    การติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณน้ำที่ไก่บริโภคเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการตรวจสอบว่าการบริโภคน้ำของไก่เป็นไปตามปกติหรือไม่ หากพบการเปลี่ยนแปลงผิดปกติอาจเป็นสัญญาณว่าไก่เกิดความเครียดหรือป่วย
  4. การให้ยาในน้ำ
    การให้ยาละลายในน้ำเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยม แต่การใช้ถังใหญ่ในการผสมยาอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อนและการสะสมเชื้อโรค ควรใช้ระบบปั๊มแรงดันสูง (Dosing Pump) แทนการใช้ถังใหญ่ เพราะช่วยกระจายยาอย่างสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงในการตกตะกอน
  5. นิปเปิ้ลไก่ (Nipple Drinker)
    จำนวนหัวนิปเปิ้ลที่ใช้ควรเพียงพอต่อจำนวนไก่ในฟาร์ม ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบนิปเปิ้ลทำงานได้ดี ไม่รั่วซึม เพื่อให้ไก่ได้รับน้ำอย่างต่อเนื่อง

คุณภาพน้ำที่ไก่บริโภค

คุณภาพน้ำเป็นสิ่งที่ฟาร์มไก่ควรให้ความสำคัญ น้ำดื่มของไก่ควรมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับมาตรฐานน้ำดื่มของมนุษย์ แต่ก็ต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำเพิ่มเติม เช่น ระดับความกระด้าง ปริมาณสารเคมี และเชื้อจุลินทรีย์ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำควรทำอย่างน้อยปีละสองครั้ง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของน้ำดื่มและป้องกันปัญหาสุขภาพของไก่

การแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ

  1. การใช้คลอรีนฆ่าเชื้อ
    ถ้าน้ำมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ ควรเพิ่มสารคลอรีนในน้ำเพื่อลดจำนวนเชื้อโรค
  2. การกรองน้ำ
    การกรองน้ำช่วยลดตะกอนและสิ่งสกปรก ทำให้น้ำสะอาดก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในระบบนิปเปิ้ล
  3. การกำจัดสารเคมี
    หากน้ำมีสารเคมี เช่น ธาตุเหล็กหรือไนเตรทในปริมาณมาก ควรดำเนินการกำจัดหรือบำบัดน้ำเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของไก่
  4. การบำบัดน้ำกระด้าง
    น้ำที่มีความกระด้างสูงสามารถทำให้ระบบท่อเกิดการสะสมของไบโอฟิล์ม จึงควรมีการบำบัดน้ำเพื่อลดความกระด้างก่อนเข้าสู่ระบบ

ประโยชน์ของการให้ยาโดยการละลายในน้ำ

การให้ยาผ่านน้ำเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่ไก่ป่วยหรือมีการบริโภคอาหารลดลง ข้อดีของการให้ยาผ่านน้ำคือสามารถปรับปริมาณยาได้ง่าย และให้ยาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อโรคจากโรงงานผสมอาหาร

ข้อควรปฏิบัติในการให้ยาในน้ำ

  • ต้องมั่นใจว่าไก่ได้รับยาอย่างถูกต้องและครบถ้วน
  • ตรวจสอบปริมาณน้ำที่ไก่กินเพื่อให้แน่ใจว่ายาได้กระจายไปยังไก่ทุกตัว
  • คำนึงถึงคุณภาพของน้ำและปริมาณยาที่ละลายในน้ำ

การบำรุงรักษาระบบนิปเปิ้ล

ระบบนิปเปิ้ลต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการอุดตันและปัญหาการทำงานผิดปกติ การล้างทำความสะอาดท่อระบบน้ำและหัวนิปเปิ้ลเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาคุณภาพของน้ำและลดปัญหาไบโอฟิล์ม

https://www.kvjunion.com/นิปเปิ้ลให้น้ำไก่

M.L.A. Nipple Drinker Facebook https://www.facebook.com/KVJUnionPoultryEquipment

นิปเปิ้ลให้น้ำไก่

นิปเปิ้ลให้น้ำไก่

ผลิตจากเนื้อพลาสติก POM มีความทนทานสูง ทนทานต่อกรด ด่าง รวมทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ติดตั้งง่าย ประกอบใช้งานเร็ว รับผลิต พร้อมระบุอัตราการไหลของน้ำตามต้องการ

  • ผลิตจากเนื้อพลาสติก POM มีความทนทานสูง
  • ระบบลูกปืน และสลักล่างเป็น Stainless แท้ ทั้งชิ้น
  • ทนทานต่อกรด ด่าง รวมทั้งน้ำยาฆ่าเชื้อโรคต่างๆ
  • ติดตั้งง่าย ประกอบใช้งานเร็ว
  • มียาง O-Ring ป้องกันน้ำรั่วโดยไม่ต้องพันผ้าเทป
  • รับผลิต พร้อมระบุอัตราการไหลของน้ำตามต้องการ

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ขวดใส่น้ำมนต์พลาสติก น้ำพระพุทธมนต์ น้ำศักดิ์สิทธิ์

ขวดพลาสติกใส่น้ำมนต์ สามารถผลิตสี และ พิมพ์โลโก้ และข้อความบนขวด

รหัสสินค้าขวดพลาสติกใส่น้ำมนต์ BPVC34

สั่งผลิตขวดพลาสติกใส่น้ำมนต์ เริ่มต้นที่ 5000 ชุด

ขวดใส่น้ำมนต์พลาสติก-น้ำพระพุทธมนต์-น้ำศักดิ์สิทธิ์-3

DSC04113

DSC04112

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขวดใส่น้ำมนต์พลาสติก น้ำพระพุทธมนต์ น้ำศักดิ์สิทธิ์

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

 

 

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (2) →

บรรจุภัณฑ์สลายตัว (Biodegradable Packaging)

ไบโอพลาสติกและการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ในปัจจุบัน ปัญหาขยะพลาสติกที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการเกิดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม การผลิตและใช้งาน ไบโอพลาสติก (Biodegradable Plastic) หรือพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ทางธรรมชาติ จึงกลายมาเป็นแนวทางที่สำคัญในการแก้ไขปัญหานี้

ภาพที่เห็นเป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ช้อนที่ผลิตจากวัสดุไบโอพลาสติกชนิดต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาในเทคโนโลยีพลาสติกเพื่อความยั่งยืน ประกอบด้วยชนิดพลาสติกที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่:

ไบโอพลาสติก Biodegradable Plastic

  1. Oxo-biodegradable plastic: Enhanced PP
    พลาสติกประเภทนี้ถูกพัฒนาให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้นเมื่อสัมผัสกับแสงแดด (รังสีอัลตราไวโอเลต) และออกซิเจน ด้วยการเพิ่มสารเติมแต่งลงในโพลีโพรพิลีน (PP) ทำให้สามารถแตกตัวและย่อยสลายได้ในเวลาที่เหมาะสม เมื่อสิ้นสุดการใช้งาน
  2. PP Copolymer + Bioplastic
    เป็นการผสมผสานระหว่างโพลีโพรพิลีนชนิดโคพอลิเมอร์กับไบโอพลาสติก ซึ่งให้ความยืดหยุ่นและความแข็งแรงในการใช้งาน โดยยังคงรักษาความสามารถในการย่อยสลายได้
  3. PP + Bioplastic
    วัสดุชนิดนี้เป็นการผสมระหว่างโพลีโพรพิลีนกับไบโอพลาสติก ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างคงทนในระยะยาว และเมื่อหมดอายุการใช้งานก็สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ
  4. 100% Bioplastic
    ผลิตจากไบโอพลาสติกแท้ 100% ซึ่งมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น แป้งข้าวโพด หรือวัสดุชีวภาพอื่น ๆ ที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  5. Recyclable PP Plastic
    พลาสติกโพลีโพรพิลีนที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นแนวทางในการลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยการนำมาใช้ใหม่

ประโยชน์ของการใช้ไบโอพลาสติก การใช้ไบโอพลาสติกมีข้อดีหลายประการ ทั้งในด้านของการลดปัญหาขยะพลาสติก การย่อยสลายที่รวดเร็วเมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม รวมถึงการใช้ทรัพยากรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการผลิต เช่น การใช้วัสดุชีวภาพแทนการใช้ปิโตรเลียมในการผลิตพลาสติกแบบดั้งเดิม

ในภาพรวม การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไบโอพลาสติกช่วยส่งเสริมการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ลดการใช้พลังงานในการผลิตและการขนส่ง นอกจากนี้ ไบโอพลาสติกยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

อนาคตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไบโอพลาสติก อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไบโอพลาสติกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สามารถทดแทนพลาสติกทั่วไปได้ในหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารไปจนถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้กระบวนการผลิตมีต้นทุนต่ำลง ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนได้มากขึ้น

การใช้ไบโอพลาสติกเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนการบริโภคที่ยั่งยืน ด้วยความสามารถในการย่อยสลายตามธรรมชาติและการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไบโอพลาสติกจึงเป็นทางออกที่สำคัญในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกในปัจจุบัน

การสลายตัวของบรรจุภัณฑ์: ความสำคัญและแนวทางพัฒนา

ในปัจจุบัน มลภาวะที่เป็นพิษไม่ได้จำกัดแค่ในอากาศและน้ำเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปริมาณขยะที่เกิดจากบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว โดยเฉพาะขยะพลาสติก ทำให้มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้บรรจุภัณฑ์สามารถสลายตัวได้ คำว่า “สลาย” หรือ “สลายตัว” มาจากคำว่า “degradation” ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์หมายถึง “การเสื่อม” หรือ “การแตกสลาย” การสลายของบรรจุภัณฑ์นั้น หมายถึงการเปลี่ยนสภาพจากเดิมให้ด้อยลง โดยบรรจุภัณฑ์ที่สลายตัวอาจไม่หายไปทั้งหมด แต่เกิดการแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามกระบวนการต่าง ๆ เช่น การย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ หรือพลังงานจากแสง

การย่อยสลายของพลาสติก (Plastic Degradation)

พลาสติกสามารถสลายตัวได้ในหลายวิธี เช่น การใช้จุลินทรีย์ (biodegradable) หรือการใช้แสง (photodegradable) กระบวนการเหล่านี้จะทำให้โครงสร้างของโมเลกุลของพลาสติกสั้นลง เมื่อโมเลกุลสั้นลง พลาสติกจะสูญเสียความทนทานและแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งการย่อยสลายนี้จะขึ้นอยู่กับปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด อุณหภูมิ และความชื้นในดิน

ไบโอพลาสติก (Biodegradable Plastic)

การพัฒนาพลาสติกที่ย่อยสลายได้เป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ โดยพลาสติกย่อยสลายได้ด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (biodegradation) สามารถถูกทำลายโดยจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย หรือราทางธรรมชาติ พลาสติกบางประเภทเช่น Polyhydroxyalkanoates (PHA) และ Polylactic acid (PLA) ถูกออกแบบให้สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะที่เหมาะสม

การย่อยสลายด้วยแสง (Photodegradation)

การสลายของพลาสติกโดยแสงอัลตราไวโอเลตเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้ในการทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพ เมื่อพลาสติกถูกแสงแดด พลังงานจากรังสีอัลตราไวโอเลตจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่ทำให้โมเลกุลพลาสติกแตกตัวออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ วิธีการนี้มักใช้กับพลาสติกที่ใช้ในการทำถุงขยะหรือถุงบรรจุภัณฑ์ทางการเกษตร

ปัญหาและความท้าทายในการย่อยสลายของบรรจุภัณฑ์

  1. ความน่าเชื่อถือของการสลาย: ยังคงมีคำถามว่าวัสดุที่อ้างว่าย่อยสลายได้ จะสลายได้จริงหรือไม่ ในระยะเวลาและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เนื่องจากยังไม่มีมาตรฐานสากลที่แน่ชัด
  2. ค่าใช้จ่าย: พลาสติกที่ย่อยสลายได้มักจะมีราคาที่สูงกว่าพลาสติกทั่วไป ทำให้เป็นอุปสรรคในการผลิตเชิงพาณิชย์
  3. สารตกค้างหลังการสลาย: ยังคงมีคำถามเกี่ยวกับสารตกค้างจากกระบวนการย่อยสลายว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือมีเทนที่เกิดจากการสลายตัวของพลาสติก
  4. การสลายของบรรจุภัณฑ์ในสภาวะฝังกลบ: บรรจุภัณฑ์ที่ถูกฝังกลบอาจสลายได้ช้ากว่าที่คาดไว้ เพราะสภาวะแวดล้อมในพื้นที่ฝังกลบมักไม่เหมาะสมสำหรับการย่อยสลาย เช่น ขาดออกซิเจนและแสง

แนวทางการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน

ในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งในอุตสาหกรรม เนื่องจากยังมีข้อจำกัดและความท้าทายทางเทคโนโลยี ดังนั้นแนวทางที่สำคัญในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ คือการรีไซเคิลและการหมุนเวียนใช้ประโยชน์ (recycling) เพื่อช่วยลดปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

การย่อยสลายของบรรจุภัณฑ์เป็นหัวข้อที่สำคัญในยุคปัจจุบัน แต่การนำบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายมาใช้ยังคงมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งในเรื่องของการคงคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ ราคาที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นในกระบวนการย่อยสลาย อย่างไรก็ตามการสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนในการแยกขยะ และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ จะเป็นอีกแนวทางที่สามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

โรงงานฉีดพลาสติก

โรงงานฉีดพลาสติกประสบการณ์มากกว่า 30 ปี

เราเป็นโรงงานฉีดพลาสติกครบวงจร โรงงานของเรามีความเชี่ยวชาญเฉพาะในด้านงานฉีดพลาสติก และมีทีมงานเกี่ยวกับงานฉีดพลาสติก ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีเครื่องจักรทันสมัย ครอบคลุมงานตลอดทั้งกระบวนการ เริ่มจาก การขึ้นรูปต้นแบบ ออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ฉีดพลาสติก ฉีดพลาสติก และสกรีนลวดลายต่าง ๆ บนเนื้อพลาสติก ทางโรงงานฉีดพลาสติกเราควบคุมกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้ท่านลูกค้ามั่นใจได้ว่า สินค้าของท่านจะได้คุณภาพสูงสุด ระยะส่งมอบรวดเร็ว และต้นทุนต่ำสุด

Showroom2

โรงงานฉีดพลาสติกยินดีให้คำปรึกษา

โรงงานฉีดพลาสติกของเราพร้อมบริการและยินดีให้คำปรึกษาในการผลิตชิ้นงานพลาสติก ทั้งในแง่ของการเลือกใช้ชนิดของพลาสติก ที่มีอยู่มากมายและมีคุณสมบัติหลากหลาย รวมถึงให้คำแนะนำท่านในการลดต้นทุน พร้อมสู้กับคู่แข่งทางการค้าของท่านอย่างมีประสิทธิภาพ

กระปุกอาหารเสริม-ฝาสี

แผนที่โรงงานฉีดพลาสติก

แผนที่-KVJ-Union-mini

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงงานฉีดพลาสติก

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

เกี่ยวกับขวดพลาสติก

ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับขวดพลาสติก

ขวดพลาสติก ขวด สร้างขึ้นมาจาก พลาสติก ขวดพลาสติกมักจะใช้ในการจัดเก็บของเหลวเช่น น้ำน้ำอัดลมน้ำมัน น้ำมันปรุงอาหาร ยา แชมพู นม และ หมึก ขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กมากขวดตัวอย่างขนาดใหญ่

ขวดพลาสติกถูกนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกในปี 1947 แต่ยังคงค่อนข้างแพงจนถึงต้นปี 1960 เมื่อเอทิลีนความหนาแน่นสูงได้รับการแนะนำ พวกเขาได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นที่นิยมกับทั้งผู้ผลิตและลูกค้าเนื่องจากลักษณะที่มีน้ำหนักเบาของพวกเขาค่อนข้างต่ำและต้นทุนการผลิตเมื่อเทียบกับ แก้ว ขวด . ยกเว้นไวน์และเบียร์ อุตสาหกรรมอาหาร ได้เปลี่ยนเกือบหมดแก้วกับขวดพลาสติก

ขวดบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

การผลิตขวดพลาสติก

ขวดพลาสติกที่เกิดขึ้นโดยใช้ความหลากหลายของเทคนิค ทางเลือกของวัสดุที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการประยุกต์ใช้

  • เอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) เป็นเม็ดพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับขวดพลาสติก วัสดุนี้จะประหยัดทนต่อผลกระทบและอุปสรรคให้ความชุ่มชื้นดีHDPE เข้ากันได้กับหลากหลายของผลิตภัณฑ์รวมถึงกรดและ caustics แต่ไม่ได้เข้ากันได้กับ ตัวทำละลาย . มันจะได้รับการอนุมัติในองค์การอาหารและยาเกรดอาหาร HDPE โปร่งแสงเป็นธรรมชาติและมีความยืดหยุ่น นอกจากนี้สีจะทำให้กำลังการผลิต HDPE ทึบแสงแม้ว่าจะไม่มันวาว HDPE ยืมตัวเองได้อย่างง่ายดายเพื่อการตกแต่งหน้าจอไหม ในขณะที่ HDPE ให้การป้องกันที่ดีที่อุณหภูมิแช่แข็งด้านล่างมันไม่สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปกว่า 160 ° F (71 ° C) หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้สุญญากาศ (สูญญากาศ) ประทับตรา
  • เอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE) จะคล้ายกับการผลิต HDPE ในองค์ประกอบ มันเป็นน้อยเข้มงวดและโดยทั่วไปน้อยกว่าที่ทนทานทางเคมี HDPE แต่โปร่งแสงมากขึ้น LDPE ใช้งานเป็นหลักสำหรับการใช้งานบีบ LDPE อย่างมีนัยสำคัญมีราคาแพงกว่า HDPE
  • Polyethylene Terephthalate (PET PETE หรือ โพลีเอสเตอร์ ) มักจะถูกใช้สำหรับเครื่องดื่มอัดลมขวดน้ำและผลิตภัณฑ์อาหารจำนวนมาก PET ให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีมากและคุณสมบัติอุปสรรคน้ำมันหอมระเหยทนต่อสารเคมีที่ดีโดยทั่วไป (แม้ว่า acetones และคีโตนจะโจมตี PET) และระดับสูงของความทนต่อแรงกระแทกและแรงดึง กระบวนการ orienting ทำหน้าที่ในการปรับปรุงคุณสมบัติของก๊าซและอุปสรรคความชื้นและทนแรงกระแทก วัสดุนี้ไม่ได้ให้ความต้านทานต่ออุณหภูมิที่สูงมากการใช้งานสูงสุด อุณหภูมิ. 200 ° F (93 ° C)
  • วัสดุ Polyvinyl Chloride (PVC) เป็นที่ชัดเจนตามธรรมชาติมีความต้านทานที่ดีมากที่จะน้ำมันและมีการส่งผ่านออกซิเจนต่ำมาก มันมีอุปสรรคที่ดีในการปล่อยก๊าซมากที่สุดและต้านทานผลกระทบต่อการลดลงยังดีมาก สารนี้เป็นสารทนสารเคมี แต่มันก็เป็นความเสี่ยงที่จะตัวทำละลาย พีวีซีเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับน้ำมันสลัดน้ำมันแร่และน้ำส้มสายชู นอกจากนี้ยังเป็นที่ใช้กันทั่วไปสำหรับแชมพูและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง พีวีซีจัดแสดงนิทรรศการความต้านทานต่ำที่มีอุณหภูมิสูงและจะบิดเบือนที่ 160 ° F (71 ° C) ทำให้มันเข้ากันไม่ได้กับผลิตภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยความร้อน มันได้บรรลุความประพฤติไม่ดีในปีที่ผ่านมาเนื่องจากความเสี่ยงต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น
  • โพรพิลีน (PP) ถูกนำมาใช้เป็นหลักสำหรับขวดและฝาปิดและมีแพคเกจที่เข้มงวดกับอุปสรรคความชื้นที่ดีเยี่ยม ข้อดีอย่างหนึ่งที่สำคัญของโพรพิลีนเป็นเสถียรภาพที่อุณหภูมิสูงได้ถึง 220 ° F (104 ° C) โพรพิลีนเป็นหม้อนึ่งฆ่าเชื้อและมีศักยภาพในการฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ ความเข้ากันได้ของ PP มีอุณหภูมิสูงบรรจุเป็นผู้รับผิดชอบสำหรับการใช้งานด้วยผลิตภัณฑ์ที่เติมร้อน PP มีความต้านทานต่อสารเคมีที่ดี แต่ให้ทนต่อแรงกระแทกไม่ดีในอุณหภูมิที่เย็น
  • สไตรีน (PS) ที่มีความคมชัดที่ยอดเยี่ยมและความมั่นคงในราคาที่ประหยัด เป็นที่นิยมใช้กับผลิตภัณฑ์แห้งรวมวิตามินเยลลี่ปิโตรเลียมและเครื่องเทศ สไตรีนไม่ได้ให้ความสามารถในการป้องกันที่ดีและการจัดแสดงนิทรรศการความต้านทานผลกระทบต่อคนยากจน
  • พลาสติกชีวภาพ – โครงสร้างโพลิเมอร์ขึ้นอยู่กับวัสดุชีวภาพการประมวลผลมากกว่า ปิโตรเคมี .

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

วัสดุขวดพลาสติก (Plastic Bottle Resin Material)

ขวดพลาสติก (Plastic Bottles) ผลิตจากวัสดุหลากหลายชนิด (เรซิน) โดยแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกัน ขวดพลาสติกที่ผลิตจาก HDPE เป็นวัสดุที่พบได้บ่อยที่สุด เนื่องจากมีราคาถูกและคุ้มค่า ส่วนขวดพลาสติกที่ผลิตจาก PET มีความใสเหมือนแก้ว ในขณะที่กระปุกพลาสติกที่ทำจาก PP มีความยืดหยุ่นและราคาประหยัด ส่วนกระปุกพลาสติกจาก PS มีความใสและแข็งแรง

ส่วนนี้จะอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับวัสดุเรซินที่ใช้ในการผลิตขวดพลาสติก คุณสมบัติ การใช้งาน และข้อจำกัดของแต่ละวัสดุ

ขวดใส่แอลกอฮอล์

ระบบรหัสวัสดุขวดพลาสติก (The Plastic Bottle Material Code System)
การรีไซเคิลได้รับการสนับสนุนมากขึ้นด้วยการใช้ระบบรหัสวัสดุขวดพลาสติก ซึ่งถูกออกแบบมาให้อ่านได้ง่ายและสามารถแยกแยะได้จากสัญลักษณ์อื่น ๆ ที่อยู่บนก้นขวด โดยสัญลักษณ์นี้ต้องปรากฏบนขวดที่มีความจุ 8 ออนซ์ขึ้นไป

Plastic-Code

ประเภทของระบบรหัสพลาสติก
สัญลักษณ์ประกอบด้วยรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากลูกศรสามตัวไล่กันเป็นวงกลม โดยมีตัวเลขเฉพาะตรงกลางเพื่อระบุชนิดของวัสดุที่ใช้ในการผลิตขวด ตัวเลขนี้จะมีตัวอักษรที่บ่งบอกชนิดของเรซินประกอบเพื่อยืนยันประเภทของวัสดุที่แยกออกมา

  • ขวดพลาสติก – High Density Polyethylene (HDPE) HDPE เป็นวัสดุเรซินที่นิยมใช้สำหรับขวดพลาสติก มีราคาประหยัด ทนทานต่อแรงกระแทก และกันความชื้นได้ดี สามารถใช้ได้กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น กรดและสารกัดกร่อน แต่ไม่เหมาะกับสารละลาย ขวดที่ทำจาก HDPE จะโปร่งแสงและยืดหยุ่น เมื่อเติมสีจะทำให้ทึบแสง แต่ไม่เงางาม เหมาะสำหรับการตกแต่งด้วยการพิมพ์สกรีน ข้อจำกัดคือ ไม่สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์ที่ต้องเติมที่อุณหภูมิสูงกว่า 190°F หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องการซีลสูญญากาศได้ และไม่เหมาะสำหรับน้ำมันหอมระเหย
  • ขวดพลาสติก – Low Density Polyethylene (LDPE) LDPE มีความยืดหยุ่นมากกว่า HDPE แต่ทนสารเคมีได้น้อยกว่าและมีราคาสูงกว่า มักใช้กับขวดที่ต้องการบีบ
  • ขวดพลาสติก – Polyethylene Terephthalate (PET) PET ใช้สำหรับขวดเครื่องดื่มอัดลม มีคุณสมบัติในการกันน้ำมันหอมระเหยและแอลกอฮอล์ได้ดี ทนทานต่อแรงกระแทก แต่ไม่ทนต่อสารเคมีบางชนิด เช่น อะซิโตน และไม่เหมาะกับการใช้งานที่อุณหภูมิสูงกว่า 160°F
  • ขวดพลาสติก – Polyvinyl Chloride (PVC) ขวดพลาสติกจาก PVC มีความใส ทนน้ำมันได้ดีและกันการส่งผ่านของออกซิเจนต่ำ เหมาะกับน้ำมันสลัด น้ำมันแร่ และน้ำส้มสายชู แต่วัสดุนี้ไม่ทนความร้อนและจะบิดเบี้ยวที่อุณหภูมิ 160°F
  • กระปุกพลาสติก – Polypropylene (PP) PP มีโครงสร้างแข็งแรง กันความชื้นได้ดี และทนความร้อนได้สูงถึง 200°F สามารถฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำได้ เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องเติมที่อุณหภูมิสูง
  • กระปุกพลาสติก – Polystyrene (PS) PS มีความใสและแข็งแรงในราคาประหยัด เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์แห้ง เช่น วิตามิน วาสลีน และเครื่องเทศ แต่ไม่กันการซึมผ่านและไม่ทนต่อแรงกระแทก

Plastic polymer comparison

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Blow molding (เป่าขึ้นรูปขวดพลาสติก)

การเป่าขึ้นรูปเป็นกระบวนการผลิตที่ใช้สร้างชิ้นส่วนพลาสติกกลวง โดยแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้: การเป่าขึ้นรูปด้วยการรีดพลาสติก (extrusion blow molding), การเป่าขึ้นรูปด้วยการฉีดพลาสติก (injection blow molding), และการเป่าขึ้นรูปด้วยการฉีดและยืดพลาสติก (injection stretch blow molding) กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการหลอมพลาสติกแล้วขึ้นรูปเป็นท่อหรือพรีฟอร์ม จากนั้นจึงนำเข้ามาในแม่พิมพ์และเป่าลมเพื่อให้พลาสติกพองตัวจนได้รูปทรงตามแม่พิมพ์

ขวดสเปรย์-ขวดปั๊ม-80ml

ประวัติของการเป่าขึ้นรูป

เริ่มต้นขึ้นในปี 1938 โดย Enoch Ferngren และ William Kopitke ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเป่าแก้ว หลังจากนั้นในช่วงปี 1940 กระบวนการนี้ได้รับการพัฒนาและเริ่มผลิตสินค้าในปริมาณมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มของสหรัฐอเมริกา

  • การเป่าขึ้นรูปด้วยการรีดพลาสติก (EBM) เป็นกระบวนการรีดพลาสติกให้เป็นท่อ (parison) จากนั้นจึงนำไปเป่าลมในแม่พิมพ์เพื่อให้พองตัวจนได้รูปทรง เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดนม ขวดแชมพู ข้อดีของกระบวนการนี้คือมีต้นทุนต่ำและผลิตได้รวดเร็ว แต่ข้อเสียคือเหมาะกับการผลิตชิ้นส่วนกลวงเท่านั้นและความแข็งแรงไม่สูง
  • การเป่าขึ้นรูปด้วยการฉีดพลาสติก (IBM) เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก เช่น ขวดทางการแพทย์และขวดใช้ครั้งเดียว กระบวนการนี้มีการฉีดพลาสติกเข้าแม่พิมพ์เพื่อสร้างพรีฟอร์ม จากนั้นจึงเป่าลมเพื่อให้ขึ้นรูป ข้อดีคือการขึ้นรูปที่แม่นยำ แต่ข้อเสียคือเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีความจุขนาดเล็ก
  • การเป่าขึ้นรูปด้วยการฉีดและยืดพลาสติก (ISB) เป็นกระบวนการที่พรีฟอร์มถูกยืดและเป่าลมให้กลายเป็นขวด นิยมใช้ในการผลิตขวดน้ำอัดลมเพราะช่วยเพิ่มความแข็งแรงของวัสดุ ข้อดีคือช่วยเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการซึมผ่านของก๊าซได้ดี แต่มีต้นทุนสูงและข้อจำกัดในการออกแบบขวดบางรูปแบบ
  • การหมุนตัด (spin trimming) เป็นกระบวนการตัดส่วนเกินจากภาชนะพลาสติกที่ถูกเป่าขึ้นรูป ซึ่งสามารถนำวัสดุที่ถูกตัดออกกลับมาใช้ใหม่ในการผลิต

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Plastic Packaging

บรรจุภัณฑ์พลาสติก

บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญต่อหลายฝ่าย ทั้งนักการตลาด ผู้บริโภค และหน่วยงานกำกับดูแล ความยืดหยุ่นของบรรจุภัณฑ์พลาสติกช่วยให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการกำจัดทิ้ง โดยวัสดุพลาสติกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น สี น้ำหนัก ขนาด และรูปทรง

ขวดเครื่องสำอาง 100ml

เรซินพลาสติก (พอลิเมอร์) สำหรับบรรจุภัณฑ์
ผู้บริโภคหลายคนคงคุ้นเคยกับสัญลักษณ์ตัวเลขและลูกศรที่ปรากฏบนบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งเป็นรหัสบ่งบอกประเภทของพอลิเมอร์ (หรือเรซินพลาสติก) ที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ รหัสนี้เริ่มต้นจากระบบรีไซเคิล แต่ยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ให้ผู้บริโภคสามารถจำแนกชนิดของพลาสติกที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ 1) โพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต (PET), 2) โพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE), 3) โพลีไวนิลคลอไรด์ (PVC), 4) โพลีเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (LDPE), 5) โพลีโพรพิลีน (PP), 6) โพลีสไตรีน (PS) และ 7) พลาสติกชนิดอื่น ๆ (Other)

คุณสมบัติของเรซินแต่ละชนิดทำให้เหมาะสมกับการใช้งานบรรจุภัณฑ์หรือการใช้งานอื่น ๆ ที่แตกต่างกัน

ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์พลาสติก
บรรจุภัณฑ์ที่ดีต้องสามารถปกป้องผลิตภัณฑ์และส่งมอบถึงมือผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เช่น บรรจุภัณฑ์ยาและอาหาร ซึ่งมีการควบคุมอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ บรรจุภัณฑ์ยังต้องป้องกันความเสียหาย การรั่วซึม และตอบสนองต่อความต้องการด้านความสวยงาม การตลาด ต้นทุน ความสะดวกในการใช้งาน ความง่ายในการเปิดและปิดใหม่ น้ำหนัก การประหยัดเชื้อเพลิง และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เหมาะสมสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องอุปกรณ์การแพทย์ที่เปราะบางหรืออาหารสด

บรรจุภัณฑ์พลาสติกมีน้ำหนักเบา แข็งแรง และสามารถขึ้นรูปได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉีด การเป่า หรือการหลอม พลาสติกสามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากรและสร้างขยะน้อยกว่าวัสดุอื่น ๆ ช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซ CO2 ทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรจุผลิตภัณฑ์ ซึ่งส่งผลต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรในภาพรวม

ความปลอดภัยของอาหารในบรรจุภัณฑ์พลาสติก
บรรจุภัณฑ์พลาสติกมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัยของอาหาร ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงโต๊ะอาหาร และยังเป็นวัสดุยอดนิยมในการเก็บอาหารแช่แข็ง นวัตกรรมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น การบรรจุในบรรยากาศดัดแปลง (modified atmosphere packaging) ช่วยรักษาความสดของอาหารโดยลดปริมาณออกซิเจนในบรรจุภัณฑ์ ทำให้แบคทีเรียเติบโตช้าลงและยืดอายุการเก็บรักษา

ในสหรัฐอเมริกา องค์การอาหารและยา (FDA) มีหน้าที่ควบคุมความปลอดภัยของบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสกับอาหาร รวมถึงพลาสติกที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร พลาสติกบางชนิด เช่น โพลีสไตรีนและโพลีเอทิลีน ถูกใช้อย่างแพร่หลายในบรรจุภัณฑ์อาหารมาเป็นเวลาหลายทศวรรษแล้ว วัสดุทุกชนิดที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหารต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากองค์การอาหารและยา เพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยต่อการใช้งาน

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ฟิล์มยืด ฟิล์มหด

ฟิล์มยืด

ฟิล์มยืด (Stretch Film) ได้รับความนิยมมากขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใช้ห่อถาดอาหารสดและอาหารกึ่งสำเร็จรูป นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อห่อสินค้าบนแท่นรองรับสำหรับขนส่ง ช่วยป้องกันสิ่งปนเปื้อน ยืดอายุการเก็บรักษา และทำให้สามารถมองเห็นสินค้าได้ง่าย อีกทั้งยังใช้รวมสินค้าเป็นหน่วยเดียวเพื่อความสะดวกในการจัดส่งและจัดเก็บ

ฟิล์มยืดคืออะไร
ฟิล์มยืดเป็นฟิล์มพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูงและเหนียว สามารถเกาะติดกันเองได้เมื่อดึงยืดเล็กน้อย ทำให้เหมาะสำหรับการห่อสินค้าโดยไม่ต้องใช้ความร้อน พลาสติกที่นิยมใช้ในการผลิตฟิล์มยืด ได้แก่ PVC, PE และ PP ในการผลิตฟิล์มยืดจะมีการใส่สารเติมแต่ง เช่น สารเกาะติดเพื่อช่วยให้ฟิล์มยึดเกาะกันดี สารป้องกันออกซิเดชันเพื่อป้องกันการสลายตัวของพลาสติก และสารป้องกันรังสี UV เพื่อยืดอายุการใช้งานกลางแจ้ง

การใช้งานฟิล์มยืด
ฟิล์มยืดสามารถใช้ได้ทั้งการห่อด้วยมือและเครื่องจักร ขึ้นอยู่กับปริมาณสินค้า คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้ฟิล์มยืด ได้แก่ ความสามารถในการยืดตัว แรงดึง ความยืดหยุ่น และความทนทาน ฟิล์ม PVC และ PP มักใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร ส่วนฟิล์ม PE นิยมใช้ในการห่อสินค้ารวมเพื่อขนส่ง โดยเฉพาะฟิล์ม LLDPE ที่มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเพราะมีความแข็งแรงและยืดตัวสูง

การเลือกใช้ฟิล์มยืด
การเลือกฟิล์มยืดให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่นละออง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการห่อ นอกจากนี้ต้องพิจารณารูปทรง น้ำหนัก และความเปราะบางของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้ฟิล์มที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งาน

ฟิล์มหด
ฟิล์มหด (Shrink Film) เป็นฟิล์มที่หดตัวเมื่อโดนลมร้อน นิยมใช้ในบรรจุภัณฑ์สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรม ฟิล์มหดมักทำจาก PVC และ LDPE โดยมีการใช้งานง่าย เพียงใส่ฟิล์มครอบสินค้าหลวมๆ และใช้ลมร้อนเป่าจนฟิล์มหดตัวรัดสินค้าพอดี

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ขวดพลาสติก 500ml 500มล.

BPE50 ขวดพลาสติก 500ml

BPE50-PC4 ขวดฝาฟลิบ 500cc (1)

ขวดพลาสติก 500ml PE (Polyethylene) ความจุ 500 มิลลิลิตร
ขวดพลาสติก 500ml แบบ PE (Polyethylene) ขนาด 500 มิลลิลิตร เหมาะสำหรับใช้เป็นบรรจุภัณฑ์หลากหลายประเภท สามารถสั่งผลิตสีได้ตามความต้องการ ทั้งสีทึบและสีใส ตอบโจทย์การใช้งานในหลายอุตสาหกรรม

การใช้งานขวดพลาสติก 500ml
ขวดพลาสติก 500ml นี้เหมาะสำหรับบรรจุ:

  • สบู่เหลว
  • แชมพูสระผม
  • เครื่องสำอาง
  • สารเคมีทั่วไป

เงื่อนไขการสั่งซื้อขวดพลาสติก 500ml

  • สำหรับการสั่งซื้อ 5,000 ชิ้นขึ้นไป รับข้อเสนอราคาพิเศษ

ติดต่อเรา
สนใจขวดพลาสติก 500ml หรือข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อเราเพื่อรับข้อมูลและข้อเสนอที่ดีที่สุด

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

ขวดพลาสติก 1000ml 1000มล.

BPE154-PTS11 ขวดสเปรย์ 1000cc (1)

ขวดพลาสติก 1000ml ขวดสเปรย์ 1000ml ขวดปั๊ม 1000ml

เราจำหน่าย ขวดพลาสติกขนาด 1000ml (ขวดพีอี PE Bottle 1000ml) ซึ่งสามารถสั่งทำสีได้ตามต้องการ ทั้งแบบสีทึบและสีใส เพื่อให้เข้ากับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ของคุณ ขวดนี้เหมาะสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท เช่น สบู่ แชมพู เครื่องสำอาง เซรั่ม ผลิตภัณฑ์แต่งหน้า โทนเนอร์ โลชั่น ครีมบำรุงผิว ครีมรักษาผิว ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม น้ำยาเปลี่ยนสีผม และสารเคมีทั่วไป

เงื่อนไขการสั่งซื้อ ขวดพลาสติก 1000ml 1000มล.

จำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ: 3,000 ชิ้น (ราคาขายส่ง)
ราคาพิเศษ: สำหรับการสั่งซื้อ 5,000 ชิ้นขึ้นไป
ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขการสั่งซื้อและบริการที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณ

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

ขวดสบู่และแชมพูเซรามิกสำหรับโรงแรม

ขวดสบู่และแชมพูเซรามิก

ปั๊มสแตนเลส สบู่ โลชั่น

หัวปั๊มโลชั่นสแตนเลสเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจ่ายโลชั่น สบู่ และผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลอื่น ๆ ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงแรม สปา และรีสอร์ต ต่อไปนี้คือประโยชน์หลักของการใช้หัวปั๊มโลชั่นสแตนเลสในสภาพแวดล้อมเหล่านี้:

ประโยชน์ของหัวปั๊มโลชั่นสแตนเลส:

  1. ความทนทาน: สแตนเลสมีความทนทานสูงและทนต่อการกัดกร่อน ทำให้หัวปั๊มมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น เช่น ห้องน้ำและสปา สามารถใช้งานบ่อย ๆ ได้โดยไม่แตกหักหรือสึกกร่อนได้ง่าย
  2. รูปลักษณ์คุณภาพสูง: หัวปั๊มสแตนเลสให้ความรู้สึกหรูหรา ทันสมัย และดูดี ช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับห้อง ในสถานที่หรูหราอย่างโรงแรม การใช้สแตนเลสช่วยเพิ่มความรู้สึกหรูหราและคุณภาพสูง
  3. สุขอนามัย: สแตนเลสเป็นวัสดุที่ไม่มีรูพรุน ซึ่งหมายความว่าช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้ดีกว่าพลาสติก ทำให้เป็นตัวเลือกที่ถูกสุขอนามัยมากกว่าในพื้นที่ที่มีการใช้งานบ่อยและให้ความสำคัญกับความสะอาด
  4. เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม: ต่างจากหัวปั๊มพลาสติก หัวปั๊มสแตนเลสสามารถนำกลับมาใช้ใหม่และรีไซเคิลได้ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น ช่วยลดขยะพลาสติกและส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  5. การใช้งานที่หลากหลาย: หัวปั๊มโลชั่นสแตนเลสสามารถใช้จ่ายผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย เช่น สบู่ โลชั่น แชมพู ครีมนวด และเจลอาบน้ำ ความหลากหลายนี้ทำให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ของโรงแรม ตั้งแต่ห้องน้ำไปจนถึงสปา

PP62L-28400 หัวปั๊มสแตนเลส Stainless Steel Pumps 28มม (4)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขวดสบู่และแชมพูเซรามิกสำหรับโรงแรม

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

ลดต้นทุนการผลิตบรรจุภัณฑ์

แนวคิดนักออกแบบงานบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนการผลิต

กระปุกสีดำ

บรรจุภัณฑ์เป็นต้นทุนที่สำคัญรองจากวัตถุดิบในการผลิตสินค้า หากสามารถลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ได้ จะช่วยให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง แนวคิดในการลดต้นทุนของวัสดุบรรจุภัณฑ์มีหลายแนวทาง ได้แก่:

  1. ลดคุณสมบัติทางกายภาพของวัสดุบรรจุภัณฑ์
    เช่น ลดความหนาหรือน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ โดยต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการประหยัด
  2. เลือกวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ถูกกว่า
    การเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่ราคาถูกกว่า เช่น การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแทนแก้ว
  3. เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุ
    การใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ให้คุ้มค่ามากขึ้น เช่น ปรับขนาดกล่องเพื่อให้ใช้วัสดุน้อยลง
  4. เปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์
    ดัดแปลงบรรจุภัณฑ์จากเดิมให้มีรูปแบบใหม่ที่ช่วยลดต้นทุน
  5. ลดส่วนประกอบที่ไม่จำเป็น
    ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนจากฝาปิดแบบชิ้นเดียวที่มีต้นทุนสูง มาใช้ฝาพลาสติกแยกชิ้น
  6. เปลี่ยนรูปทรงบรรจุภัณฑ์
    การใช้บรรจุภัณฑ์ทรงเหลี่ยมแทนทรงกลม ช่วยให้บรรจุและขนส่งได้ง่ายขึ้นและประหยัดพื้นที่
  7. เพิ่มปริมาณสินค้าต่อกล่อง
    เพิ่มจำนวนสินค้าที่บรรจุในกล่อง เช่น จากเดิมบรรจุ 12 ชิ้น เพิ่มเป็น 18 หรือ 24 ชิ้น เพื่อลดค่าขนส่ง
  8. ลดจำนวนขนาดสินค้า
    การมีขนาดสินค้าหลากหลายทำให้สิ้นเปลืองในการบรรจุ การลดขนาดสินค้าให้เหลือเพียงไม่กี่ขนาดจะช่วยลดต้นทุน
  9. ลดขนาดพื้นที่บรรจุภัณฑ์
    บรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดกะทัดรัดใช้กระดาษน้อยกว่า มีต้นทุนถูกกว่า และสะดวกต่อการบรรจุ
  10. ลดจำนวนสีที่ใช้ในการพิมพ์
    การออกแบบกราฟิกอย่างง่ายที่ใช้สีเพียง 1-2 สี สามารถลดต้นทุนการพิมพ์ได้มาก โดยที่ยังคงสร้างความดึงดูดต่อผู้บริโภค

การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนควรคำนึงถึงการตลาดด้วย ปัจจุบันการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงแต่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งเท่านั้น แต่ยังเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำหน้ากว่า เพื่อให้สินค้าโดดเด่นในตลาด

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ตราสินค้า

ตราสินค้า (Brandname)

ตราสินค้า (Brand) หมายถึงชื่อ ข้อความ สัญลักษณ์ หรือรูปแบบต่างๆ ที่ใช้เพื่อระบุสินค้า หรือบริการของผู้ขาย โดยแสดงความแตกต่างจากคู่แข่งขัน ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของตราสินค้าได้แก่:

  • ชื่อตรา (Brandname): ชื่อที่ออกเสียงได้ เช่น วัน ทู คอล หรือ เค เอฟ ซี
  • เครื่องหมายตราสินค้า (Brandmark): สัญลักษณ์ รูปแบบ หรือสีที่จดจำได้ เช่น โลโก้ของแบรนด์
  • เครื่องหมายการค้า (Trademark): เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วเพื่อป้องกันสิทธิ์ตามกฎหมาย
  • ลิขสิทธิ์ (Copyright): สิทธิตามกฎหมายในสิ่งตีพิมพ์ต่างๆ
  • โลโก้ (Logo): สัญลักษณ์ที่ใช้แสดงถึงองค์กรหรือธุรกิจ

กระปุกบรรจุผง 1กิโลกรัม พร้อมช้อนตักผง 10g

หลักเกณฑ์การเลือกชื่อตราสินค้า

  • ตราสินค้าควรสั้น กระชับ จดจำง่าย ออกเสียงได้สะดวก
  • สามารถแปลเป็นภาษาต่างประเทศได้ง่ายและมีความหมายเหมาะสม
  • ควรสอดคล้องกับค่านิยมและวัฒนธรรมของกลุ่มเป้าหมาย
  • ต้องสามารถจดทะเบียนการค้าได้โดยไม่ซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว

ขวดปั๊มดีไซน์กำหนดเอง Custom Design

ความสำคัญของตราสินค้า
ในสภาวะการแข่งขันสูง ตราสินค้ามีบทบาทสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ป้องกันการถูกเลียนแบบ และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น โดยตราสินค้ายังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพและความน่าเชื่อถือ

การสร้างตราสินค้าที่มีพลัง
การสร้างตราสินค้าต้องมีความแตกต่างจากคู่แข่งขัน และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะในสินค้าที่มีคู่แข่งขันหลากหลายบนชั้นวางสินค้า เมื่อสร้างตราสินค้าแล้ว การออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ก็มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างการตลาด

ป้ายฉลาก (Labeling)

  • ป้ายฉลากบอกชนิดของผลิตภัณฑ์และตรายี่ห้อ
  • ให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
  • ช่วยในการส่งเสริมการตลาด

ข้อพิจารณาในการออกแบบบรรจุภัณฑ์
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ต้องคำนึงถึงลักษณะผลิตภัณฑ์ การตลาด การผลิต การจัดจำหน่าย การขนส่ง การเก็บรักษา และความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาต้นทุน กฎหมาย และผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม

  • ต้องคำนึงถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ เช่น ความชื้น ไขมัน หรือความเปราะบาง
  • ต้องรู้จักชนิดและคุณสมบัติของวัสดุบรรจุภัณฑ์
  • ต้องรู้จักระบบการขนส่งเพื่อป้องกันความเสียหาย
  • ต้องพิจารณากฎระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
  • ต้องสามารถทดสอบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมก่อนการผลิต

การออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ความรู้ในหลากหลายด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปกป้องสินค้า ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ออกแบบบรรจุภัณฑ์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  1. การออกแบบโครงสร้าง: การกำหนดรูปลักษณะ วัสดุที่ใช้ กรรมวิธีการผลิต การบรรจุ และการขนส่งสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่จุดผลิตจนถึงมือผู้บริโภค
  2. การออกแบบกราฟิก: การสร้างลักษณะภายนอกของบรรจุภัณฑ์เพื่อสื่อสารและสร้างผลทางจิตวิทยาต่อผู้บริโภค โดยเน้นให้เกิดความกลมกลืนและสวยงามตามวัตถุประสงค์

ขวดครีม 300ml ฝาป๊อกแป๊ก

กระบวนการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์
กระบวนการออกแบบต้องผ่านการวางแผนและการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยการกำหนดนโยบายและเป้าหมาย การศึกษาและวิจัยเบื้องต้น พัฒนาต้นแบบ ทดลอง และปรับปรุงก่อนเข้าสู่การผลิตจริง

การออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์
บรรจุภัณฑ์เป็นตัวแทนในการส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย ควรออกแบบให้เป็นสื่อโฆษณาในตัวเองโดยสามารถดึงดูดผู้บริโภคได้ ด้วยการใช้สี รูปภาพ สัญลักษณ์ และข้อความที่สอดคล้องกัน หลักการออกแบบกราฟิกง่ายๆ คือ “SAFE”:

  • S = Simple: เข้าใจง่าย สบายตา
  • A = Aesthetic: สวยงาม ชวนมอง
  • F = Function: ใช้งานได้สะดวก
  • E = Economic: ต้นทุนคุ้มค่า

หน้าที่ของกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์

  • สร้างทัศนคติที่ดีต่อผลิตภัณฑ์
  • ชี้แจงชนิดและประเภทของผลิตภัณฑ์
  • แสดงเอกลักษณ์และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์
  • ส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ

ขวดฝาฟลิบแบบตอก

การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการตลาด
การออกแบบบรรจุภัณฑ์ช่วยส่งเสริมการขายได้หลากหลายวิธี เช่น การออกแบบที่จดจำง่าย เจาะตลาดใหม่ การใช้กับผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการส่งเสริมการขาย การออกแบบต้องคำนึงถึงตราสินค้าและความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย

การเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงของบรรจุภัณฑ์
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือขนาดของบรรจุภัณฑ์จำเป็นต้องทำเมื่อสินค้าผ่านช่วงหนึ่งของวัฏจักรชีวิต เช่น มีนวัตกรรมใหม่หรือการเปลี่ยนวัสดุ เพื่อตอบโจทย์ตลาดและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการตลาด สร้างความประทับใจให้กับผู้บริโภค และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งและจัดเก็บ การออกแบบอย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างและกราฟิก เพื่อสร้างความสำเร็จทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

วางแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์

ขั้นตอนการวางแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์

การวางแผนออกแบบบรรจุภัณฑ์เริ่มต้นจากการกำหนดจุดประสงค์และข้อจำกัด เพื่อให้บรรจุภัณฑ์ที่สร้างขึ้นตรงตามความต้องการของผลิตภัณฑ์และตลาด โดยขั้นตอนการวางแผนประกอบด้วยองค์ประกอบดังต่อไปนี้:

ขวดบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

ขั้นตอนที่ 1: การวางแผน

1.1 กำหนดกรอบเวลา (Timeline) – วางแผนระยะเวลาในการพัฒนาแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน
1.2 ระบุผลลัพธ์ที่คาดหวัง – กำหนดเป้าหมายที่ต้องการในแต่ละขั้นตอน เช่น การส่งมอบต้นแบบหรือการทดสอบ
1.3 รายละเอียดเกี่ยวกับตราสินค้า (Branding) – ระบุข้อมูลสำคัญของตราสินค้าที่จะใช้
1.4 กำหนดผู้รับผิดชอบ – ระบุทีมงานหรือผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนเพื่อความชัดเจนในการดำเนินงาน

ขั้นตอนที่ 2: การรวบรวมข้อมูล

2.1 การตลาด (Marketing Data) – รวบรวมข้อมูลตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และคู่แข่ง
2.2 ข้อมูลจากจุดขาย (Point-of-Sale Data) – ศึกษาพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่จุดขาย
2.3 วิเคราะห์ SWOT (Strength, Weakness, Opportunity, Threat) – ประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์
2.4 พฤติกรรมผู้บริโภค (Consumer Behavior) – สำรวจและทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
2.5 เทคโนโลยีใหม่ – ศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ในด้านวัสดุ ระบบบรรจุภัณฑ์ และเครื่องจักร

ขั้นตอนที่ 3: การออกแบบร่าง

3.1 พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ (Idea Development) – ระดมความคิดและสร้างแนวทางการออกแบบที่เกี่ยวข้อง
3.2 ร่างต้นแบบ (Conceptual Design) – สร้างร่างต้นแบบ 3-5 แบบเพื่อใช้ในการตัดสินใจ
3.3 การทำต้นแบบ (Prototype Development) – คัดเลือกต้นแบบที่เหมาะสม 2-3 แบบเพื่อนำมาทดสอบ

ขั้นตอนที่ 4: การประชุมวิเคราะห์และปรับปรุงต้นแบบ

4.1 วิเคราะห์ความเป็นไปได้ทางเทคนิค – ตรวจสอบว่าต้นแบบสามารถผลิตได้จริงและตรงตามข้อกำหนด
4.2 วิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค – ประเมินว่าต้นแบบตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
4.3 เลือกต้นแบบที่ดีที่สุด – คัดเลือกต้นแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 5: การทำแบบจริง (Final Design)

5.1 เลือกวัสดุ (Material Selection) – ตัดสินใจเลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการผลิต
5.2 ออกแบบกราฟิก (Graphic Design) – สร้างแบบกราฟิกพร้อมโลโก้และสัญลักษณ์การค้า
5.3 สร้างแบบจริง (Final Mockup) – ทำแบบจริงเพื่อนำไปทดสอบและปรับปรุงก่อนผลิต

ขั้นตอนที่ 6: การบริหารการออกแบบ (Design Management)

เริ่มจากการติดต่อผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์ ควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามแบบที่ออกแบบไว้ จัดทำเอกสารและรายละเอียดการสั่งซื้อ (Specification) เพื่อให้กระบวนการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สุดท้ายติดตามและประเมินผลว่าบรรจุภัณฑ์สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์กรได้อย่างเต็มที่

ขั้นตอนการวางแผนและการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นระบบและละเอียดถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่ช่วยให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสินค้า แต่ยังช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ในตลาด และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Siphon Pump / Drum Pump ปั๊มสูบฉีด

ปั๊มไซฟอน ปั๊มดรัม ปั๊มสูบฉีด สำหรับการถ่ายเทของเหลว

ปั๊มไซฟอนปั๊มดรัม ถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายเทของเหลวหลายประเภทจากถังขนาดใหญ่ไปยังภาชนะขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย ทำจากโพลีเอทิลีนที่ทนทาน ไม่เป็นสนิม และเหมาะสำหรับใช้งานกับน้ำ น้ำมันเบา และของเหลวที่ไม่ก้าวร้าวที่สามารถใช้งานร่วมกับโพลีเอทิลีนได้ ปั๊มนี้เหมาะสำหรับการถ่ายเทของเหลวจากภาชนะที่อยู่สูงไปยังภาชนะที่อยู่ต่ำกว่า

คุณสมบัติสำคัญ ปั๊มไซฟอน ปั๊มดรัม ปั๊มสูบฉีด:

  • ทำจากโพลีเอทิลีน ป้องกันการเกิดสนิม
  • เหมาะสำหรับการถ่ายเทน้ำ น้ำมันเบา และของเหลวที่ไม่ก้าวร้าว
  • ออกแบบมาเพื่อการถ่ายเทของเหลวจากถังขนาดใหญ่ไปยังภาชนะขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย

Siphon-Pump

วิธีการใช้งานปั๊มสูบฉีด:

  1. ใส่ท่อดูดเข้าไปในช่องเปิดของภาชนะจ่ายของเหลว
  2. วางทางออกของท่อส่งลงในช่องเปิดของภาชนะรับของเหลว
  3. จับที่จับและกดลงซ้ำๆ จนกว่าของเหลวจะเริ่มไหล ของเหลวจะไหลผ่านท่อส่งต่อไปตราบใดที่ภาชนะจ่ายของเหลวอยู่ในระดับที่สูงกว่าภาชนะรับ
  4. หากการไหลของไซฟอนหยุดเนื่องจากระดับของเหลวในภาชนะจ่ายต่ำ ให้กดที่จับซ้ำๆ หรือยกภาชนะจ่ายให้อยู่สูงกว่าภาชนะรับเพื่อเริ่มการไหลอีกครั้ง
  5. เพื่อหยุดการไหลในเวลาใดๆ ให้คลายฝาปิดที่ด้านบนของที่จับออก เพื่อเริ่มการไหลใหม่ ให้ปิดฝาปิดและทำซ้ำขั้นตอนที่ 3

For more information please visit https://www.kvjunion.com/product-category/ปั๊มสูบฉีด-siphon-pumps/

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Siphon Pump / Drum Pump ปั๊มสูบฉีด

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

 

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

พลาสติกทนเคมี

พลาสติกทนเคมี: พอลิเอทิลีน (Polyethylene: PE)

พอลิเอทิลีน (PE) เป็นพลาสติกที่มีคุณสมบัติทนต่อสารเคมีและเหมาะสำหรับการใช้งานหลากหลายประเภท มีลักษณะโปร่งแสงสีขาวขุ่น มีความลื่นในตัว ทำให้เมื่อสัมผัสรู้สึกลื่น ไม่มีกลิ่นหรือรส และไม่ติดแม่พิมพ์ เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี มีความหนาแน่นต่ำกว่าน้ำจึงลอยน้ำได้ เมื่อเพิ่มความหนาแน่นจะเพิ่มความแข็งและความเหนียว ความสามารถในการทนความร้อนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ขวดเคมีเกษตรถ้วยตวง

คุณสมบัติของพลาสติกทนเคมี (PE):

  • ยืดหยุ่นได้ดี ทนความเหนียวได้ดีแม้ในอุณหภูมิต่ำ
  • ทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมีได้ดีเยี่ยม
  • ทนทานต่อสภาวะอากาศได้ดี มีอากาศซึมผ่านได้
  • หดตัวจากแม่พิมพ์ได้ดี ทำให้ถอดออกง่าย
  • เป็นฉนวนไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
  • ผสมสีได้ง่าย สามารถทำเป็นฟิล์มใส ฟิล์มสี โปร่งแสงหรือทึบแสง
  • ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส

ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกทนเคมี (PE):

  • ขวดใส่สารเคมี ขวดน้ำ ลังหรือกล่องบรรจุสินค้า
  • ภาชนะต่าง ๆ เครื่องเล่นของเด็ก ถุงเย็น ถาดทำน้ำแข็ง
  • ชิ้นส่วนแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ฉนวนไฟฟ้า
  • แผ่นฟิล์มสำหรับห่อของ โต๊ะ และเก้าอี้

การใช้พอลิเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมีนั้นถือเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากความสามารถในการทนสารเคมีต่าง ๆ ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลายและทนทานต่อสภาพแวดล้อม

เราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพลาสติกแบบทนเคมี https://www.kvjunion.com/contact-us

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพลาสติกแบบทนเคมี

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Thailand Packaging Industry Expected to Grow

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย

คาดว่าจะเติบโตด้วยอัตรา CAGR ที่ 6.41% และมีมูลค่าสูงถึง 11.1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016

รายงานนี้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึก ข้อมูล และการวิเคราะห์เกี่ยวกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย โดยประกอบไปด้วย:

  • ข้อมูลมูลค่าปัจจุบัน ประวัติ และการคาดการณ์แนวโน้มของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย รวมถึงในแต่ละหมวดหมู่บรรจุภัณฑ์
  • การวิเคราะห์เชิงลึกที่ครอบคลุมตลาดอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย พร้อมกับการเปรียบเทียบกับตลาดหลักอื่นๆ
  • คำอธิบายและการวิเคราะห์ของหมวดหมู่บรรจุภัณฑ์และตลาดผู้ใช้ปลายทางในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยรวม
  • การวิเคราะห์ “Five Forces” ของ Porter ครอบคลุมทุกหมวดหมู่บรรจุภัณฑ์และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โดยรวม

บรรจุภัณฑ์พลาสติก ฝา ช้อน ถ้วยตวง

อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยมีการเติบโตที่แข็งแกร่งในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยอัตรา CAGR 8.21% โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของการส่งออกอาหารและการเข้ามาของคู่แข่งรายใหญ่ในตลาดภายในประเทศ ภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการเติบโตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความต้องการส่งออกและการเข้าถึงวัตถุดิบที่ง่าย ในช่วงเวลาที่คาดการณ์ อุตสาหกรรมคาดว่าจะเติบโตที่อัตรา CAGR 6.41% และมีมูลค่าถึง 11.1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตในช่วงคาดการณ์จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และประสิทธิภาพทางการเงินของบริษัทบรรจุภัณฑ์ไทย

ขอบเขตของรายงาน

  • รายงานนี้ครอบคลุมการวิเคราะห์เชิงลึกของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย
  • ให้ข้อมูลมูลค่าทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในช่วงปี 2007–2011 และคาดการณ์สำหรับช่วงปี 2012–2016
  • นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกในหมวดหมู่หลักของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย พร้อมการคาดการณ์ตลาดจนถึงปี 2016
  • อธิบายปัจจัยมหภาคต่างๆ ที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย
  • ให้ภาพรวมของแนวโน้มหลักและตัวขับเคลื่อนที่มีผลกระทบต่อตลาดผู้ใช้ปลายทางในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
  • ใช้การวิเคราะห์ “Five Forces” ของ Porter เพื่อวิเคราะห์สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย
  • ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรอบกฎหมายปัจจุบันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย

เหตุผลในการซื้อ

  • ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์โดยใช้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และคาดการณ์ตลาดที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย
  • เข้าใจแนวโน้มตลาดหลักและโอกาสในการเติบโตในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย
  • ประเมินสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
  • ค้นหาโอกาสในการเติบโตและพลวัตใน 5 หมวดหมู่หลักของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
  • ได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฎระเบียบที่สำคัญที่ควบคุมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย

ไฮไลท์สำคัญ

  • อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยมีความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ปรับตัวได้และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะสูง
  • ตลาดผู้ใช้ปลายทางในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อาหารและเครื่องดื่มคิดเป็นสัดส่วน 76% ของตลาด ในขณะที่ภาคเภสัชกรรมคิดเป็น 10%
  • รัฐบาลไทยได้ออกมาตรฐานระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์อาหารและการติดฉลาก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
  • ภูมิทัศน์การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยมีความแตกต่างกันในแต่ละหมวดหมู่วัสดุ
  • อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทยยังเผชิญกับการแข่งขันสูงจากการส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย

Credit: prweb.com

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

จำหน่ายขวดพลาสติก

จำหน่ายขวดพลาสติก กว่า 300 ดีไซน์

ผู้ผลิตจำหน่ายขวดพลาสติก ชิ้นส่วนพลาสติก และ จำหน่ายบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางค์, จำหน่ายขวดพลาสติก, กระปุกพลาสติก, ขายบรรจุภัณฑ์, ขายกระปุกครีม, จำหน่ายขวดพลาสติกน้ำหอม, ให้เลือกมากมายหลายแบบ, ราคาขายส่ง

ขวดปั๊ม-หยดน้ำทรงแบน

  • จำหน่ายขวดพลาสติกโลชั่น ขวดพลาสติกแชมพู ขวดพลาสติกสบู่
  • จำหน่ายขวดพลาสติกน้ำยาทำความสะอาด
  • จำหน่ายขวดพลาสติกน้ำยาเช็ดกระจก
  • จำหน่ายขวดพลาสติกน้ำยาขัดเบาะรถ
  • จำหน่ายขวดพลาสติกน้ำยาย้อมผม
  • จำหน่ายขวดพลาสติกอาหารเสริม
  • จำหน่ายขวดพลาสติกใส่น้ำยาเคมี
  • จำหน่ายขวดพลาสติกใส่น้ำยาปุ๋ย
  • จำหน่ายขวดพลาสติกสเปรย์คลาสสิก
  • ขายแกลลอนขวดพลาสติก
  • จำหน่ายขวดพลาสติกหยด ขวดพลาสติกเบตาดีน ขวดพลาสติกยาแดง
  • จำหน่ายขวดพลาสติกวิตามิน ขวดพลาสติกยาเม็ด ขวดพลาสติกแคปซูล

 

จำหน่ายขวดพลาสติก รูปแบบต่างๆ

  • แกลลอน ขายขวดพลาสติก
  • ขวดปั๊มพลาสติก
  • ขวดสเปรย์ พลาสติก
  • ขายขวดพลาสติก และฝา
  • ขายขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์

ขวดพลาสติก-บรรจุภัณฑ์

 

ขนาดขวดพลาสติก

ขนาด 100ml, 120ml, 150ml, 180ml, 200ml, 250ml, 400ml, 500ml, 600ml, 750ml, 1000ml

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจำหน่ายขวดพลาสติก

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: @tul2062b

Add Line

Posted in: ผลิตภัณฑ์และบริการ

Leave a Comment (0) →

PET Plastic Information

PET Plastic Information: Characteristics of PET

Polyethylene Terephthalate Plastic Containers

PET

Other Characteristics of PET

PET (Polyethylene Terephthalate) Plastics are generally clear, tough and are a good barrier to gas and moisture. PET also has a good resistance to heat.

PET for Packaging

PET is a good choice for product packaging because of its many desirable characteristics. PET is available in a wide range of colors shapes and sizes. Darker colored PET plastic containers may be best for blocking UV rays from light sensitive materials. PET is highly resistant to dilute acids, oils, and alcohols.

Recycling

PET can be identified easily by locating its recycling code symbol. PET is denoted by the familiar triangular shaped arrows with the number 1 in the center. PET can be recycled into many other products besides bottles and jars, other recycled PET products include ski coat fibers, fleece vest as well as sleeping bag lining.

PET’s Role in History

PET has been used for more then just bottles throughout the years. During WWII it was used as a coating for underwater cables. PET lightweight nature made it a great material to use to insulate radars, which helped to reduce the weight of the radars.

Credit: sks-bottle.com

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →
Page 12 of 13 «...910111213